Monday, January 5, 2009

++ ปีใหม่ หัวใจดวงเดิม ฮิ้ววว ++

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังแด่เพื่อนผองชาวบล๊อกฉะป้อดทุกคนนะเคอะ ไปเที่ยวไหนกันมามั่ง ก้ออย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

ของวะวายหยุดตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. รวมเบ็ดเสร็จหยุดไป 6 วัน ไปเที่ยวตจว. แค่หนึ่งคืน นอกนั้นมีแต่เรื่องอกสั่นขวัญแขวน U_U

เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 30 ถ้าใครได้ดูข่าวไฟไหม้ที่แรกก่อนรับปีใหม่ และเกิดก่อนซานติก้าผับ จะทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งแถวเจริญกรุง ซึ่งซอยอันเป็นที่ตั้งของโรงงานทอผ้าอยู่ติดกับซอยอพาร์ทเม้นท์ที่วะวายเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน ใกล้กันมาก

ที่จริงนอนหลับไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว แต่มาสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่าทำไมคืนนี้แอร์ร้อนจัง ปรากฎว่าไฟดับ

ได้ยินเสียงรถหวอดังสนั่นไปหมด เปิดม่านหน้าต่างดูที่ระเบียง มองไปที่ถนนใหญ่ ก้อเห็นว่ามีรถดับเพลิงวิ่งเต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าเหตุเกิดที่ไหน

แต่พอมาเปิดม่านที่หน้าต่างอีกบาน ฝั่งที่หันไปซอยข้างๆ ก็เห็นว่าเพลิงกำลังโหมตึกอยู่ ไฟลุกโชน ตอนแรกก้อไม่รู้หรอกว่าเป็นโรงงาน

ไฟโหมกระหน่ำรุนแรงมาก ไฟไหม้ตั้งแต่สี่ทุ่มกว่า แต่กระทั่งตีสี่ ไฟก้อยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลง ทั้งรถดับเพลิง รถปอเต็กตึ๊ง วิ่งเข้ามาในซอยอพาร์ทเม้นท์ของเรา เพื่อไปดับเพลิงที่ด้านหลังของโรงงาน

เราเลยต้องผลัดกันนั่งเฝ้าดูตึกที่กำลังไฟไหม้ เพราะเกรงว่าเปลวไฟจะลอยมาติดตึกที่เราอาศัยอยู่ แง้ เพราะตึกใกล้กันมาก

ระหว่างที่เราเป็นคนเฝ้ายาม อยู่ๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้า (ตึกที่กำลังถูกไฟไหม้) ก็ถล่มลง เสียงดังมาก เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นตึกถล่มต่อหน้าต่อตา

เราถามคนข้างๆ หลายครั้ง ว่านี่เรื่องจริงใช่ไหม เราไม่ได้ฝันกันไปใช่ไหม

และเราสองก้อเริ่มเปลี่ยนจากชุดนอนมาใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เตรียมเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง หากระเป๋าไว้ใส่แมวด้วย เพราะพระเพลิงรุนแรงเหลือเกิน กะว่าถ้าตึกเราไหม้ไปด้วย ก้อจะต้องรีบขนของและแมวลงไป และต่างคนต่างขับรถของตัวเองไปเจอกันที่ตึกออฟฟิศวะวาย

และเราก้อนั่งเฝ้ายามต่อ ยุงก้อกัด เพราะไฟดับต้องเปิดหน้าต่างไว้ จนยุงเข้า นั่งไปเรื่อยๆ ดูไฟที่เดี๋ยวโหมเดี๋ยวซา จนเราเฝ้ายามไม่ไหวแล้ว ง่วงนอนเหลือเกิน เลยหลับไปตอนหกโมงเช้า มารู้ตัวอีกทีตอนเกือบสิบโมงได้มั้ง เพลิงสงบแล้ว แต่ควันยังออกมาจากตัวตึกอยู่ รถดับเพลิงก้อยังอยู่

ยังเคราะห์ดีที่เพลิงไม่ลอยมาตึกที่วะวายอยู่ ไม่งั้นไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

พอได้ดูข่าว ถึงทราบว่าไฟไหม้ที่โรงงานเย็บผ้าซึ่งเป็นตึก 7 ชั้นและลามไปอีกตึกของโรงงานที่มี 4 ชั้น ดีที่ไม่มีคนอยู่ข้างใน จึงไม่มีผู้ได้รับอันตราย แต่ผ้าที่เก็บไว้ เป็นเชื้อไฟอย่างดี จึงต้องใช้เวลานานกว่าจะควบคุมเพลิงได้

คืนถัดไปก้อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับอีก และเมื่อคืนก้อที่เสือป่าพลาซ่า ทำไมปีนี้เริ่มต้นอย่างนี้นะ หวังว่าเรื่องร้ายๆ ผ่านไป ก้อจะมีเรื่องดีๆ ในประเทศของเราตามมานะ สาธุ

กลับมาเล่าเรื่องของเราต่อ เช้าวันที่ 1 ม.ค. เราขับรถไปเที่ยวกันที่โคราช ไปไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์โต และแวะมาพักที่ปากช่อง โดยการ walk in ไม่ได้จองไว้ก่อน

เหลือห้องพักห้องเดียว เป็นห้อง suite เล็ก พนักงานถามเราว่าจะเอาไหม โดยที่เราไม่ได้ฉุกคิดก่อน ก้อตอบไปว่าโอเค

พนักงานไม่ขึ้นไปส่ง (แปลกๆ ไหม) ให้กุญแจเรามาแล้วให้ขึ้นไปหาห้องเอาเอง เดินขึ้นไปชั้น 3 (ไม่มีลิฟต์) หาห้อง ปรากฎเป็นห้องริมสุดติดกับทางหนีไฟ แล้วทางเดินบนชั้นนั้นมืดมาก ต่างกับชั้น 2 และ 3 ที่เราผ่านมา

เข้าไปในห้อง เป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอน สองห้องน้ำ แยกระหว่าง living room กับ bedroom

ด้วยวะวายเป็นคนมี sense เรื่องพวกนี้ซะด้วย เวลาเข้าพักที่โรงแรม พอก้าวเข้าไปในห้อง บางโรงแรมจะรู้สึกได้เลยว่า “ไม่ธรรมดา” และที่นี่ก้อทำให้เรารู้สึกอย่างงี้

ปกติเวลาไปพักที่ไหน พอเข้าห้องไป เราจะเปิดดูหมด ลิ้นชงลิ้นชักที่ครัว แต่กลับที่นี่ เรารู้สึกได้ว่าอย่าเปิดดีกว่า เราไม่กล้าแม้กระทั่งเดินไปตรงครัว รวมทั้งห้องน้ำที่อยู่ในห้องรับแขก เราไม่กล้าก้าวเข้าไปเลย ทั้งที่ห้องน้ำสะอาด ตกแต่งสวยงาม

แต่เราก้อไม่ได้บอกความรู้สึกนั้นกับคนข้างๆ จนกลับมาแล้ว ได้คุยกันเรื่องนี้ ถึงได้รู้ว่ารู้สึกเหมือนกัน ว่ามันมีบางอย่าง ถึงว่าไม่กล้าเข้าไปในห้องน้ำนั้นเหมือนกัน

ขนาดโซฟาที่นั่งในห้องรับแขก เรายังไม่กล้านั่งเลย มันเหมือนมีเจ้าของน่ะ ไม่รู้สิ และมีอีกหลายอย่างที่เจอและรู้สึก แต่ไม่อยากเขียนแล้ว กลัววว

แต่ห้องน้ำในห้องนอนโอเคนะ กล้าเข้านะ แต่ไม่กล้าปิดประตูเลยล่ะ

ยิ่งกลับมากรุงเทพฯ แล้ว มีแต่ข่าวแย่ๆ นอนไม่ค่อยหลับเลย นึกถึงห้องพักที่ปากช่องทีไร ขนลุกทุกที ขนาดเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานมากนะ แต่สภาพห้องนั้นมันวังเวงไงพิกล รูปที่ติดผนังก้อแปลกๆ ไม่ไปอีกแล้ว

ตอนนี้รู้สึกแต่ว่าอยากไปวัดให้พระรดน้ำมนต์มากเลย ไม่เคยรู้สึกขนาดนี้มาก่อนเลย

เฮ้อ ว่าจะเขียนเรื่องดีๆ รับปีใหม่ แต่ขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้หน่อยละกันนะ

อ้อ สำหรับข่าวไฟไหม้ที่อยู่ข้างที่พักวะวาย อ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000153557

7 comments:

monkey said...

ฮ่วยพิมพ์มาตั้งนานหายโม้ดดด ฮือT_T
เอาใหม่ เรื่องที่ไฟไหม้ใกล้ที่พัก ดีจังที่ไม่เป็นอะไร ถือว่าฟาดเคราะห์ผ่อนหนักเป็นเบาแล้วกันนะครับ แต่ก็แอบเข้าใจว่ายุงกัดและไม่ได้นอนนี่มันทรมานยังงาย

ปีนี้ โคไฟจริงๆ มีแต่เรื่องไฟไม้แต่ต้นปี เรื่องซานติก้านี่ทำเอาผมหลอนไปเลย ส่วนตัวแล้วชอบไปเที่ยวผับพวกนี้ยิ่งคนแน่ๆนยิ่งชอบ(แอบโรคจิต) ยังบอกกับคุณนกยูงเลยว่าไม่กล้าไปเที่ยวแล้ว เพราะที่เที่ยวที่กรุงทเพแต่ละที่มันก็ยัดทะนานแบบนั้นพอๆกันล่ะเด้อ ประกอบกับเมื่อวานได้ดูfwd mailโอ้วยิ่งหลอนหนักเข้าไปอีกพี่น้อง

เรื่องโรงแรม ถ้ายังกลัวอยู่และไม่มีเวลาว่างไปรดน้ำมนต์ คืนนี้สวดคาถาชินบัญชรดู ช่วยได้แน่นอนครับ แล้วจะหายกลัว เวลากลัวจะควักออกมาเป็นตัวช่วยอย่างแรกครับผม

เคยไปรร.แถมพัทยากับเพื่อน เหตุการณ์เดียกวันเป๊ะ พนง.บอกว่าเหลือห้องเดียวและไม่ยอมพาไปส่ง เปิดประตูเข้าไปปุ๊บ เพื่อน5คนพร้อมใจกันสวมหลวงพ่อโกยมาที่ล๊อบบี้ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะไดเข้าไป แต่ละคนบอกไม่รู้ทำไมเมหือนกันถึงวิ่ง แต่มันกลัวง้า

Jerrie said...

สวัสดีปีใหม่เช่นกันจ้า วะวาย

เห็นด้วยนะ เรื่องข่าวไฟไหม้รับปีใหม่
ทำไมมันถึงได้เยอะแยะปานนั้นก็ไม่รู้
แต่ก็โชคดีแล้วล่ะ ที่ไม่ได้ลามมาติดตึกที่วะวายอยู่

ส่วนที่พักที่โคราช...อืม...ไม่มีความคิดเห็น
สยองอ่ะ ... ชื่ออะไร บอกหน่อยจิ
จะได้ไม่ไปพัก...

ไปทำบุญอีกซะหน่อยจะได้สบายใจรับปีใหม่
ก็ขอให้โชคดี มีความสุขตลอดปีน๊า...

คิก คิก

l0veisl0ve said...

สวัสดีปีใหม่นะค้า

ขอให้มีความสุขมากมากในปีนี้ค่า

ปล. แอบคิดเหมือนพี่บีย์เลย โรงแรมอะไรค้า ^^

นายต้นกล้า said...

ปีนี้ร้อนตั้งแต่ต้นปีเลยเนอะ..

ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาแล้วกันนะครับ
สวัสดีปีใหม่คร้าบ

【องค์เคโระ】 said...

Happy New Year 2009 na:ka:


มีความสุขพรสมหวังทุกประการ

Anonymous said...

เง้อออ อ่านเรื่องที่พักแล้วกลัวด้วย

ว่าแต่ ทามมายวะวายไม่ได้บอกอ่ะจ๊ะ ว่าที่พักชื่อไรอ่ะ

อยากรู้อ้ะ

violet_ladybird said...

สวัสดีปีใหม่ (ล่าไปนิดนะคะ)

ขออักษรย่อของโรงแรมได้มั้ยคะ ... เผื่อไปปากช่อง จะได้เลี่ยงเรื่องตื่นเต้นลี้ลับได้ค่า