Showing posts with label Wawine's เรื่อยเปื่อย. Show all posts
Showing posts with label Wawine's เรื่อยเปื่อย. Show all posts

Friday, December 25, 2009

+++ Merry X'Mas +++

พาลูกชายสองหน่อมาอวยพร

ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดสมดั่งใจหวัง
สุขภาพแข็งแรงค่ะ


Merry X'Mas and Happy New Year 2010 ค่ะ






Tuesday, June 23, 2009

+++ 4 ปีแย้ว +++

ช่วงนี้ยุ่งมากมาย แต่ก็ไม่วายเข้ามาอัพเดทใน blog ซะหน่อย กั่กๆ ^^

เมื่อวานครบรอบ 4 ปีของเราแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหมือนลมตดอีกแย้ว ตอนเริ่มคบกันคุยกัน จำได้ว่าเรายังเอ๊าะๆ กันอยู่เลย

อยู่ด้วยกันมานาน รู้สึกต่างคนต่างเริ่มมีริ้วรอย เริ่มมีเนื้อห้อยๆ ตรงพุง บางทีก็เจอผมหงอกของกันและกัน โอ้วววว มันเป็นสัญญาณของอะไรกันเนี่ย U_U

แต่ก็น่ารักไปอีกแบบเนอะ ว่ามะ อายุยังไม่สามสิบ เริ่มมีผมขาวแซมเป็นไฮไลท์มาให้เห็นทีละเส้น แหม เท่ห์ไม่หยอก

4 ปี ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อไหร่ที่คนข้างกายหงุดหงิด โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน วะวายก็จะหงุดหงิดตอบ

แต่เดี๋ยวนี้ รู้แกวแล้ว อยากหงุดหงิดอยากเป็นบ้า เอาเลยๆ นึกในใจ ไอ้บร้าาาาา เป็นบร้าไรฟะ เม็นจะมาเป็นงี้ประจำ (แต่วะวายก็เป็นนะ ผลัดกัน) แล้วเราก็นิ่งซะ ใช้ความนิ่งสงบความเคลื่อนไหวซะ อุอุ ^^

ปรากฎมุขนี้ได้ผล เดี๋ยวก็หันมาง้อเราเอง นึกว่าเราโกรธอ่ะดิ เค้าป่าวซะหน่อย กั่กๆ แบร่ๆ

ส่วนเรื่องบ้าน ไปโอนมาเรียบร้อยแล้วค่ะ ติดผ้าม่านกับมุ้งลวดแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ได้ฤกษ์ย้ายของเข้าอาทิตย์นี้แหละ เตรียมตัวเหนื่อย

ไปอยู่บ้านใหม่ ว่าจะงอกแมวเพิ่มอีกซะหน่อย แต่ถ้าเลี้ยงเยอะๆ สงสัยบ้านจะพังก่อนเวลาอันควรแน่ๆ ทางที่ดี งอกอีกซักตัวน่าจะพอ ม๊าวๆ

Friday, May 1, 2009

ประมูล

เกิดมาไม่เคยเข้าร่วมการประมูลอะไรมาก่อนเล้ย แม้ว่าอยากจะร่วมอยู่หลายอย่าง ทั้งประมูลบ้านของกรมบังคับคดีหรือธนาคารต่างๆ รวมทั้งประมูลกระเป๋าในเวป SBN ด้วย Y_Y

แต่เพิ่งได้มีโอกาสจริงๆ ก็เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่กรมขนส่งฯ จัดประมูลทะเบียนหมวด “ฌบ”

เนื่องด้วยรถใหม่ของคนข้างกาย ที่ออกมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนป้ายซักที

ตอนแรกนึกว่าที่ศูนย์ทำเรื่องช้า รอจนทนไม่ไหว เราเลยโทรไปตามให้ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนบอกว่า เห็นเซลบอกว่าลูกค้ารายนี้จะล็อคเลขเอง เลยรอลูกค้าอยู่ จึงยังไม่ได้ทำเรื่องให้

แต่…แทนที่เราสองคนจะโกรธ แต่กลับดีใจ เพราะอยากหาเลขเอาเองอยู่เหมือนกัน

เข้าไปดูในเวปกรมขนส่งฯ หมวดถัดไปที่จะเปิดประมูลคือ หมวด “ฌบ”

เราสองคนชอบหมวดนี้พอดี เลยตกลงกันว่า ไปลองเข้าร่วมประมูลกัน น่าหนุกๆ

แต่จริงๆ ตอนแรกก็กะว่าจะซื้อต่อจากพวกที่เค้าไปประมูลกันมาแล้วมาบวกราคาขายตามเวปแหละ

แต่พอลองเปรียบเทียบราคาของพวกที่เอามาขายต่อ กับราคาที่เค้าเหล่านั้นประมูลได้มาจริงๆ จากกรมขนส่งฯ พบว่า พวกเวปเหล่านั้นเอากำไรค่อนข้างสูงทีเดียว บวกราคาเพิ่มเยอะเชียว ดังนั้นไปประมูลด้วยตัวเองดีกว่า น่าจะสนุกดีด้วย

ช่วยกันหาข้อมูลอยู่นาน ว่าเราต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มัดจำเท่าไหร่ ยกป้ายยังไง

ก่อนวันประมูล ที่เวปกรมขนส่งฯ จะมีข้อมูลและรายละเอียดให้ค่ะ อย่างหมวด “ฌบ” นี้ แบ่งการประมูลเป็นสองวัน คือเสาร์และอาทิตย์ และจะมีรายละเอียดให้ดูว่า แต่ละวัน จะมีการประมูลเลขอะไรกันบ้าง

เมื่อเราเลือกเลขที่เราสนใจได้แล้ว เราสองคนเลยตกลงไปวันเสาร์ค่ะ เพราะเลขของวันอาทิตย์ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่

ถ้าจำไม่ผิด เลขจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มนะคะ โดยเริ่มจากกลุ่มเลขที่สวยที่สุด ราคาเริ่มต้นแพงที่สุด เงินค่ามัดจำมากที่สุด และเงินเพิ่มแต่ละครั้งเวลาที่มีการยกป้าย ก็จะเพิ่มในจำนวนที่สูงที่สุด ลดหลั่นกันไปตามลำดับ

คนที่เลือกลงทะเบียนประมูลแต่ละกลุ่ม จะได้รับป้ายที่ใช้ยกในการประมูลแต่ละสีแตกต่างกันไปค่ะ

เลขกลุ่มที่ 1-2 ราคาแรงมากค่ะ หลักแสนขึ้นไปทั้งนั้น เป็นล้านก็มี เราสองคนเลยได้แต่นั่งดูก่อนว่าเค้าประมูลกันยังไง เพราะของเรากลุ่ม 3 ค่ะ เอิ๊กๆๆ

อ้อ ลืมบอกไป ว่าบนเวที จะมีสาวๆ พริตตี้เป็นผู้ดำเนินการประมูลนะคะ บวกกับคอยเชียร์ คอยแซวเสี่ยๆ ทั้งหลาย ที่ประมูลเลขราคาแพงๆ ว่า “สู้ไม่สู้จ๊ะ พี่จ๋า”

ข้างล่างเวทีก็มีสาวๆ พริตตี้หลายคนเช่นกันค่ะ สาวๆ จะเป็นผู้คอยดูว่าใครยกป้าย และคอยพาผู้ที่ชนะการประมูลไปดำเนินการต่อค่ะ

เราสองคนไปถึงที่กรมขนส่งฯ ตั้งแต่สิบโมง (การประมูลเริ่ม 9.45 น.) แต่กว่าจะถึงหมวดของเราก็ปาไปเที่ยงกว่าโน่น

เลขกลุ่ม 3 ที่เราสองคนลงทะเบียนร่วมประมูลเนี่ย ต้องจ่ายเงินมัดจำ 3,000 บาท ค่ะ เป็นค่ามัดจำต่อหนึ่งหมายเลขที่จะประมูลนะคะ

เพราะฉะนั้นถ้าใครจะประมูลหลายหมายเลข ก็ต้องจ่ายเพิ่มตามลำดับค่ะ กลุ่มนี้จะได้รับป้ายสีส้มมาไว้ยกในการประมูลค่ะ

เลขกลุ่มนี้ราคาจะเพิ่มครั้งละ 2,000 บาทค่ะ

พอถึงหมวดนี้ เราสองคนตั้งใจฟังกันมากค่ะ เลือกเลขมาหลายอันมาก แต่ต้องคอยดูค่ะว่าเลขไหนยังราคาขึ้นไม่สูง พอที่จะสู้ได้

ปรากฎว่าการประมูลในหมวด “ฌบ” นี้ ราคาแรงกว่าสถิติการประมูลครั้งก่อนมาก

เลขที่เราสนใจและดูจากสถิติครั้งที่แล้วว่าไม่แพง ครั้งนี้ราคาจะบวกเพิ่มไปอีกเลขละประมาณ 10,000-15,000 บาท จากการประมูลครั้งที่แล้วค่ะ U_U

จนเริ่มวิตกกันว่า เสียเวลามาวันนี้ ตรูจะได้ซักเลขกลับบ้านมั๊ยเนี่ย

ครั้งนี้ที่ราคาสูงกว่า คงเป็นเพราะหมวดที่ค่อนข้างสวยน่ะค่ะ ครั้งที่แล้วเป็นสองหมวด คือ “ฌธ” กับ “ฌน” อันที่สองมันอ่านว่า “ชน” ด้วยเนอะ ราคาเลยไม่สูง

และแล้วการประมูลมาถึงเลข “XX22” ขอปิดบังสองตัวหน้านะคะ เกรงว่าไปกวนทรีนใครเข้า เดี๋ยวตามมาเจออิอิ ^^

พอราคาหมายเลขนี้อยู่ที่ 27,000 เราสองคนก็ยังไม่ได้ยกหรอกค่ะ แบบว่ารอดูลาดเลา

แต่พอพริตตี้บนเวทีนับ 1 และนับ 2 และแล้วก่อนจะนับครั้งสุดท้าย เราเลยยกค่ะ เพราะกะว่าถ้าจบที่ 29,000 บาท ก็โอเค ยังไม่เห็นมีใครยกนี่

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ งงมาก ดันมีคนยกพร้อมกับเราหรือก่อนเราแป๊บเดียวอีก น่าจะสองคน เพราะตอนนั้นงงมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ตั้งตัวไม่ติด

พริตตี้บนเวทีทำมือชี้ไปที่คนอื่น 29,000 และ 31,000 และมาจบที่ป้ายเรา ชี้มาที่ 33,000

ตายห่าแล้ว ทำไมเลขมันรันเร็วงั้นฟะเนี่ย ดันมาจบที่เราที่ 33,000

พริตตี้บนเวที คงเห็นว่าอีสองคนนี่ ทำหน้าเอ๋อ ตกลงมันจะเอามั๊ยเนี่ย เลยถามเราสองคนว่า “ตกลงคุณพี่จะรับไหมคะ” บวกกับทำหน้าเหมือนประชดเล็กน้อย U_U

ไหนจะมีพริตตี้ด้านล่าง ที่เดินมาหาเราอีก ด้วยความงง และเหมือนทุกสายตาในห้องประมูลหันมาที่อีสองคนนี่เป็นตาเดียว เลยพยักหน้าเออออไปซะงั้น

จากนั้น พริตตี้บนเวทีทำการเคาไม้ดัง “โป๊ง” เป็นอันว่า เลขนี้เป็นของเราแล้ว เย้ เย

จากนั้นพริตตี้ด้านล่างจึงพาเราไปดำเนินการขั้นตอนต่อไป คือจ่ายค่าบริการ และทำสัญญา

เราตกลงจ่ายทั้งจำนวนในวันนั้นเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอีก (จริงๆ เค้าให้เครดิต 30 วันค่อยมาจ่ายก็ได้นะคะ สำหรับผู้ประมูลที่ราคาสูงจัดๆ โดยเฉพาะพวกที่เอาไปขายต่อ)

เฮ้อ สุดท้ายก็ได้มา เป็นการได้มาแบบงงๆ แต่ใครๆ ก็บอกว่าเลขสวยนะ อิอิ

ปล. ถ้าใครจะลองไปประมูล หรือไปสังเกตการณ์ ก็ไปได้นะคะ ลองดูกำหนดการจากในเวปก่อน ที่นั่นมีขนม น้ำ กาแฟ และอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์เลี้ยงฟรีด้วยนะคะ

แต่วะวายไม่ได้กินไรเลย เลยไม่รู้ว่าอร่อยป่าวนะคะ แต่เห็นคนอื่นกินกันก็น่าอร่อยดีค่ะ

อ้อ เกือบลืมบอกไป ว่าเงินทั้งหมดที่ได้จากการประมูลในแต่ละครั้ง จะนำไปทำบุญทั้งจำนวนนะคะ โดยสมทบเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนค่ะ

Thursday, April 16, 2009

อยากให้รู้เหลือเกิน ว่าฉันเสียใจ

วันนี้ วันที่ 16 เมษายน 2552



เป็นวันอีกวันที่เราเสียใจมากที่สุดในชีวิต ที่ชีวิตหนึ่ง ที่เคยอยู่เคียงข้างกับเรามานานแสนนาน ต้องจากเราไป อย่างที่ไม่มีวันกลับมา


วันนี้ ตอนบ่ายๆ แม่โทรมา บอกว่าน้องชมพู่ไปสบายแล้ว


น้องชมพู่เป็นแมวผู้หญิง ตัวเล็กๆ สีขาวปนน้ำตาลนิดหน่อย หางขอด เป็นแมวที่เพื่อนข้างบ้านให้เรามาตั้งแต่เราเรียนอยู่ม. 4


ตอนนั้น น้องชมพู่อายุประมาณแค่สองเดือน พอเพื่อนข้างบ้านของเรา (เจี๊ยบ) ถามว่าเราจะเอาไปเลี้ยงไหม เพราะแมวตัวนี้หลงมา และถูกแมวตัวใหญ่กว่ากัด แต่เจี๊ยบทำแผลให้แล้ว แต่ไม่สามารถเลี้ยงไว้ได้


พอเราเห็นหน้าแมวตัวนั้น แมวอะไรนะ ช่างน่ารักน่าชัง ตัวขาวๆ ปุยๆ ตาสีฟ้า เพิ่งอายุประมาณสองเดือน กำลังซนและน่ารักเชียว

เรารีบตอบตกลง และอุ้มเจ้าเหมียวกลับบ้าน โดยไม่สนใจว่า แม่ของเราจะอนุญาตให้เลี้ยงหรือป่าว

และตามคาด เราโดนแม่ว่า เพราะเราเอาแมวมาเลี้ยงไว้เต็มบ้านแล้ว ยังจะหอบภาระมาให้แม่อีก

แต่สุดท้าย กลับเป็นแม่ของเราเอง ที่หลงรักน้องชมพู่จนหัวปักหัวปำ ทั้งกอดทั้งอุ้มทั้งหอมทุกๆ วัน จนแมวตัวอื่นๆ กลายเป็นตกกระป๋องไปเลย

นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ น้องชมพู่อายุ 15 ปีแล้ว และวันนี้เอง ที่น้องชมพู่จากเราไปอย่างสงบ

ปกติเราจะเป็นคนเลี้ยงน้องชมพู่เองค่ะ แต่หลายอาทิตย์มานี่ น้องอาการไม่ค่อยดี ไม่ทานข้าวเลย ตัวผอมลงมาก เหลือแต่กระดูก สายตาเริ่มไม่รับรู้ เดินไปก็ล้มไป
จากสภาพร่างกายของน้องชมพู่ เรารู้ดีว่า น้องคงไม่ไหวแล้ว และคงอยู่กับเราอีกได้ไม่นานเท่าไหร่
อาจมีคนสงสัย ว่าแล้วทำไม เราไม่พาน้องไปหาหมอ เพราะเราเข็ดค่ะ เราเลี้ยงแมวมาเยอะมาก เยอะจนรู้ว่า ถึงพาไป หมอก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี
แมวกี่ตัวๆ ที่ป่วย พาไปหาหมอทีไร มันก็ต้องจากเราไปอยู่ดีทุกครั้ง

คืนวันที่ 13 เมษาฯ หลังจากเรากลับมาจากปราณบุรี น้องชมพู่ก็ยังอาการคงที่

พอตกดึก ชมพู่ร้องเสียงดังมากเพื่อจะขอเข้าห้องเรา ร้องเสียงแปลกๆ แบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน


คนข้างกายวะวายบอกว่า สงสัยมันจะไม่ไหวแล้วล่ะ คืนนั้น เราเลยนอนกอดกับชมพู่ทั้งคืน แต่เรานอนไม่หลับเลย


ระหว่างที่นอนอยู่ เรารู้สึกได้ว่า ชมพู่พยายามบอกกับเราว่า ช่วยพาชมพู่ไปหาแม่ของเราเถอะ เหมือนกับว่า มันรออยู่ รอวันที่จะได้พบแม่เรา คนที่รักชมพู่มาก และชมพู่ก็รักมาก เป็นครั้งสุดท้าย

เช้าวันรุ่งขึ้น เราสองคนรีบขับรถพาชมพู่ไปหาแม่ พอแม่ได้กอดตัวชมพู่ หน้าตาของมันดูมีความสุขมาก แม้ว่ามันจะแทบไม่รู้สึกตัวก็ตาม

แต่แล้ว วันที่เราไม่อยากให้มาถึง มันก็มาถึงจนได้

ชมพู่ได้อยู่กับแม่เราเพียงแค่สองวัน แต่เรารู้นะ ว่าต้องเป็นสองวันที่ชมพู่มีความสุขมากที่สุด

วันนี้พอแม่โทรมาบอก ทั้งวะวายและคนข้างๆ เรานั่งร้องไห้ด้วยกัน อีกแล้วหรอ ที่แมวที่เรารักต้องจากเราไป

ระหว่างที่พิมพ์เรื่องราวนี้ เราก็ยังคงร้องไห้อยู่ เราเสียใจเหลือเกิน เราอยากให้ชมพู่รู้นะ ว่าเราเสียใจมาก เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ชมพู่น่าจะอยู่กับเราได้นานกว่านี้

แต่เราก็ดีใจนะ ที่เวลา 15 ปีที่ผ่านมา เราและครอบครัวของเราทุกคน รักและดูแลน้องชมพู่อย่างดีที่สุด ชมพู่ไม่เคยป่วย ไม่เคยต้องหาหมอเลย

แต่ ณ ตอนนี้ เราก็ยังทำใจไม่ได้เลย ที่ต้องเสียชีวิตน้อยๆ ที่เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามานานขนาดนี้ ชีวิตน้อยๆ นี้ ที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหน คอยอยู่เคียงข้างเราตลอด

ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้นู๋ได้มาเกิด มาพบเจอกับพวกเราอีกนะ น้องชมพู่

ด้วยรักและคิดถึง ตลอดไป






Tuesday, April 7, 2009

ผิดแผนวันฝนตก

Long weekend ที่ผ่านมา เราสองคนมีแผนกันหลายอย่าง แต่ทว่า ผิดแผนไปหลายอย่างเหมือนกัน

ตอนแรกวันเสาร์ plan กันไว้ว่า จะขับรถไปกินกุ้งเผากับต้มยำปลาม้าแสนอร่อยที่ร้านทองชุบตรงสิงห์บุรีกัน

แต่ตื่นเช้ามารู้สึกเพลียๆ กันทั้งคู่ ตัวขี้เกียจงี้ขึ้นกันยุบยิบ ยุบยิบ เลยเปลี่ยนใจไม่ไปสิงห์บุรีแล้ว แต่จะไปซื้อของทะเลที่คาร์ฟูร์มาทำกินกันเองที่บ้านแทน

อาบน้ำแต่งตัวออกไปเดินคาร์ฟูร์ ได้หอยแครง หอยลาย กุ้ง ปลาหมึก พร้อมเครื่องปรุง และของใช้ทั้งหลายแหล่

กลับมาถึงก็เตรียมแช่หอย ล้างหมึก หมักหมึก เด็ดพริก ปอกกระเทียม เตรียมทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

วะวายมีหน้าที่ทำผัดหอยลายผัดเผ็ด ส่วนคนข้างๆ มีหน้าที่เผาหอยแครงกับปลาหมึก ส่วนกุ้งที่อยากกินที่สุด กะว่าจะทำกุ้งอบเกลือ กลับยังไม่ได้ทำ เพราะว่ากลัวจะกินไม่หมด U_U

จะถ่ายรูปอาหารทีไร ลืมทู๊กที ปอบลงซัดจนหมดซะก่อนทุกทีสิน่า ^^^

วันอาทิตย์ไม่ผิดแผนซักเท่าไหร่ ได้ไปเดิน CTW อย่างที่ตั้งใจ คิดถึง Zara เหลือเกิน เป็นโรคเสพติดร้านนี้ไปแล้ว อาทิตย์ไหนไม่ได้ไปดูของ เหมือนใจจะขาด และทุกครั้งต้องพยายามหาเสื้อหรือเดรสสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับมาให้ได้ทุกครั้ง ครั้งไหนเข้าไปดูแล้วไม่มีถูกใจ ทำให้ไม่ได้ซื้อ จะหงุดหงิดมาก

ครั้งนี้ก็เกือบไปแล้ว ไม่ค่อยมีของมาลงใหม่เท่าไหร่ ที่มีมาใหม่ก็ไม่ถูกใจ แต่โชคยังเข้าข้าง เหลือบไปเห็นเสื้อยืดสีขาวแบบพอดีตัว สวยและเรียบเก๋ดี และผ้าดีมาก เลยได้มาหนึ่งตัว ส่วนคนข้างๆ ได้เสื้อเชิ้ตมาตัวนึงเหมือนกัน (ค่อยยิ้มออกหน่อย)

เดินเล่นดูนู่นนี่ ดูนาฬิกาแล้ว อีกตั้งชั่วโมงกว่าแน่ะ กว่าจะถึงรอบหนังที่เราจองไว้ เลยชวนกันเดิน Sky Walk ไปเซ็นทรัลชิดลม

อุตส่าห์เดินไป ร้อนก็ร้อน แต่ไม่มีของถูกใจเลย ที่ถูกใจเรา ก็โดนตาคนข้างๆ บอกไม่สวย อย่างงั้นอย่างงี้ ห้ามไม่ให้ซื้อ เลยไม่ได้อะไรมาซักอย่าง

ที่อยากได้แต่โดนห้ามเป็นกระโปรงในรูปนี้อ่ะ เป็น Collection Spring/Summer 2009 ของ Kloset มันไม่สวยจริงๆ หรอ เราว่าน่ารักดีออก ผู้หญิงเค้าฮิตลาย Kloset กันอยู่ ไม่รู้เรื่องซะเล้ย ชิ (ไว้หาโอกาสแอบไปดูคนเดียวอีกทีดีกว่า) ^_^



กับเดรสชุดนี้ อยากได้มากๆ แต่ยังไม่เห็นของจริงเลย น่ารักเนอะ




ปล. ขอบคุณรูปจาก Thaicatwalk.com นะค๊า

เดินกลับจากชิดลมมา CTW ก็ได้เวลาดูหนังพอดี วันนี้เราดูเรื่อง Fast & Furious กัน ก็แหมไอ้เราสองคนมันนักซิ่งนี่เนาะ เอิ๊กๆๆ

ภาคนี้สนุกดีค่ะ มันส์ดีนะ เป็นภาคที่ 4 แล้ว ชอบดอมอ่ะ เท่ห์ดี

ดูหนังเสร็จ ออกจาก CTW ก็แวะไปซื้อก๋วยจั๊บนายเล็ก(อ้วน) สาขาสวนหลวง (เจ้าเดียวกับตรงตลาดเก่าเยาวราช) ซื้อมาตุนไว้คนละ 5 ถุง ไว้เป็นอาหารเย็นวีคนี้

ส่วนวันจันทร์ มีแผนไปตัดแว่นกันที่ภิรมย์เภสัชตรงราชเทวี ตอนแรกกะว่าตัดแว่นเสร็จ จะไปกินดั๊กกี้สุกี้ตรงเสรี แล้วไปขับรถเล่นดูโครงการบ้านต่างๆ แถวซอยแบริ่ง แต่ว่าฝนตกหนักมาก เลยอด U_U

ตัดแว่นเสร็จ เลยแวะไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Tagoto ในโตคิว ด้วยวันนี้เราสองคนแต่งตัวออกแนวลุยๆ เลยไม่กล้าไปพารากอน เดินมาบุญครองนี่แหละ เข้ากั๊น เข้ากันดี เดินเสร็จก็กลับบ้าน เพราะอากาศน่านอนเหลือเกิน

อยากให้ถึงวันศุกร์นี้เร็วๆ จังเล้ย เราสองคนจะไปนอนเล่น โดดน้ำตู้มๆ ที่ Evason หัวหิน 3 คืน เย้ๆๆ แล้วจะเอารูปมาฝากค่า หวังว่าฝนจะไม่ตกนะ สาธุ

Monday, March 16, 2009

ประสบการณ์เสียว ขึ้นขาหยั่ง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อยู่ๆ ก็มีเลือดไหลออกมาจากน้องจิ๊มิ๊ ทั้งๆ ที่หมดประจำเดือนไปได้ซัก 2 อาทิตย์แล้ว

ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อ้อ แต่เมื่อเดือนที่แล้วก็เป็นคล้ายๆ กัน เพียงแต่ว่ามีเลือดออกซัก 2-3 วันก็หาย

แต่มาเดือนนี้ก็เป็นอีก ลักษณะเหมือนกัน คือไม่ได้อยู่ในช่วงมีปจด. และเป็นเลือดสีสดๆ ไม่ใช่เลือดคล้ำๆ แบบที่เป็นส่วนที่คั่งมาจากเลือดปจด.

เป็นได้ประมาณ 4-5 วัน คนข้างกายเลยบังคับให้ไปหาหมอ จริงๆ โดนบังคับมานานเป็นปีๆ แล้วล่ะ เพราะวะวายเป็นคนที่เวลามีปจด. จะปวดมาก มากแบบจะตายซะให้ได้

ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งปวดมากขึ้นทุกๆ ปี คนข้างๆ เลยกลัวว่าเราจะเป็นซีสต์ หรือเป็นโรคอะไรรึป่าว

ยิ่งคราวนี้ อยู่ๆ มีเลือดออก กิจกรรมเข้าจังหวะก็ไม่ได้มีมานานโข แล้วมันเกิดจากอารายกันนี่ โอ้วว

และด้วยความที่วะวายกลัวหมอ เกิดมาไม่เคยต้องโดนตรวจภายในมาก่อน เลยผัดผ่อนเรื่อยมา

แต่คราวนี้ เริ่มกลัวเหมือนกันแฮะ เลยตัดสินใจ เอาวะ ไปหาก็ได้ คนอื่นเค้ายังไปตรวจกันได้ ไม่ตายหรอก

วันศุกร์โทรไปนัดหมอ ขอเวลานัดเป็นบ่ายโมง วันเสาร์ เป็นคุณหมอผู้หญิง

กว่าจะขับรถไปถึงกัน รถติดสุดยอด ไปถึงโรงพยาบาล ก็รีบวิ่งกุ๊กๆๆ ขึ้นลิฟต์ไป “ศูนย์สุขภาพหญิง” ชั้น 3 ตึก 1 ของรพ. XXX

แจ้งชื่อเราให้พยาบาลทราบเสร็จสรรพ พยาบาลบอกให้นั่งรอสักครู่ เราก็หันไปหันมา ไม่เห็นมีใครรอคิวตรวจเลย เสร็จแน่ตรู อีกแป๊บเดียว หมอจะเรียกแล้ว กึ๋ยๆ

ห้าวินาทีต่อมา คุณพยาบาลเรียกชื่อ เปิดประตูเชิญเข้าไปพบคุณหมอ

วินาทีแรกที่เห็นหน้าหมอ เราพลางนึกในใจว่า “โห คุณหมอรุ่นเดียวกับยายเลยอ่ะ จะเชื่อได้ไหมเนี่ย” แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า หมออายุมากขนาดนี้ คงจับมาเยอะจนชำนาญแล้วล่ะ

สวัสดีคุณหมอแล้ว คุณหมอถามเราคำแรกว่า “มีลูกรึยังจ๊ะ”

ว๊าย อกอีแป้นจะแตก หุ่นก้านยาว นมก็ไม่มี ตูดก็แบนอย่างเดี๊ยนนี่นะ เหมือนมีลูกแล้วหรอฟะเนี่ย แถมเกิดมายังไม่เคยปิ๊งตัวผู้เลยซักตัว จะมีได้ไงคะคุณหมอขา ขา ขา ขา

เลยตอบไปว่า ไม่มีค่ะ แล้วคุณหมอก็ถามต่อว่า “แต่มีแฟนเนอะ” ก็เลยตอบไปว่า “ค่ะ”

จากนั้น คุณหมอก็บอกว่า “เดี๋ยวถอดกางเกงในออกนะคะ แล้วมานอนบนเตียง”

เราก็เห็นแล้วล่ะว่ามีห้องน้ำอยู่ในห้องตรวจ แต่สงสัยว่า ให้เราถอดกุงเกงใน แล้วเอาไว้ไหนอ่ะ ให้วางไว้ หรือให้ถือติดมือมาด้วยกันนะ เอ๊ะ หรือว่าให้เอาโพกหัวแบบที่เราชอบเล่นที่บ้าน ทำไมไม่บอกตรูให้ชัดเจนเนี่ย

เลยหันไปถามคุณพยาบาลว่า “เอ่อ ขอโทษนะคะ แล้วถอดเสร็จแล้วเอาไว้ไหนอ่ะคะ”

คุณหมอคงรำคาญ หันมาทำหน้ายิ้ม แล้วบอกว่า “ก็เอาไว้หน้ากระจกในห้องน้ำนั่นแหละจ้ะ”

โอเค เราก็เข้าไปถอดกุงเกงใน แล้วเอาทิชชูห่อกางเกงในไว้อีกชั้น แล้วค่อยวางไว้หน้ากระจกในห้องน้ำ ตามที่หมอบอกเป๊ะๆ

อ้อ ลืมบอก พอดีวันที่ไปตรวจเราใส่ dress ไปค่ะ เลยไม่ต้องเปลี่ยนผ้า แค่ถอดกางเกงในอย่างเดียว อิอิ

ออกมาจากห้องน้ำ พยาบาลบอกให้ขึ้นเตียง แล้วให้เอาก้นมาไว้ปลายๆ เตียง เพื่อที่ขาของเราจะได้เหยียบขาหยั่งได้ โอ้ว อายสุดๆ

เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นขาหยั่ง มันเป็นอย่างงี้นี่เอง

ระหว่างที่เรานอนลง และจัดท่าทาง คุณพยาบาลก็มองมาในโพรงกระโปรงเดรส ที่มีจิ๊มิ๊เชิดหน้าสลอนอยู่นั่น ไอ้เราก็ดึงชุดเดรสมาปิดๆ ยิ่งปิดก็ยิ่งมอง โอ้ว อายมั่กๆ

แล้วหมอก็เดินมา พร้อมเครื่องมืออะไรไม่รู้ อันยาวๆ น่ากลัวชะมัด หมอบอกว่าเดี๋ยวจะตรวจมะเร็งปาดมดลูก ไม่ต้องเกร็ง ไม่เจ็บ

ทั้งหมอและพยาบาลต่างก็จ้องมองจิ๊มิ๊ของเราเป็นตาเดียว ก่อนที่หมอจะทารุณกรรมเรา โดยเสียบเครื่องมือเข้าไป

ตอนที่เอาเครื่องมือนั้นเสียบเข้ามา เราเจ็บมาก ร้องโอ้วอ้า โอ้วอ้า เอ้ย ไม่ใช่ ร้องบอกหมอไปอ่ะ ว่า “โอ๊ย เจ็บค่ะ เจ็บมาก” แงๆ ตอนนั้นอยากจะร้องไห้ ไหนบอกว่าไม่เจ็บไงฟะ

พอเอาเครื่องมือนั้นออกไปแล้ว อยู่ๆ หมอก็ยื่นนิ้วเข้ามา ราวกับว่าเข้ามาทั้งมือ เพื่อตรวจดูว่ามีพังผืดในมดลูกรึเปล่า

หมอทั้งสอดทั้งคลำอยู่นาน แล้วก็บอกว่า “ตอนนี้ผู้หญิงเป็นกันเยอะนะลูกนะ โรคพังผืดในมดลูก แต่ของหนู หมอจับดูแล้วไม่มีนะลูกนะ” หมอเรียกเราว่าลูกแทบตลอดค่ะ ^^

เสร็จแล้วหมอก็ให้ไปตรวจ Ultrasound เพื่อดูว่ามีซีสท์หรือก้อนเนื้อรึเปล่า

เพิ่งรู้ว่า จะทำ Ultrasound ได้ ต้องทานน้ำมากๆ คือ ต้องให้ร่างกายปวดฉี่มากที่สุด แบบว่าแทบจะกลั้นไม่อยู่ แล้วถึงจะตรวจได้อ่ะ ไม่งั้นจะมองไม่เห็น

เราเลยกินน้ำเปล่าที่พยาบาลให้ไปขวดนึง เราก็รู้สึกว่ามันปวดมากแล้วนะ เลยบอกพยาบาล ว่า “ปวดมากแล้วค่า”

ปรากฎว่า พอไปตรวจ พยาบาลบอกว่าในกระเพาะเรามีน้ำอยู่นิดเดียวเอง ให้ไปกินข้าว กินน้ำมาอีกเยอะๆ

เราสองคนเลยเดินไปกินข้าวที่ร้าน S&P ในโรงพยาบาล คราวนี้กินทั้งข้าว น้ำปั่น กาแฟ จนเราปวดแทบจะทนไม่ไหวแล้วอ่ะ จะอ้วกอยู่แล้ว อิ่มโคดๆ

รอบนี้เลยเรียบร้อย ได้ตรวจจริงๆ ซะที เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทำ Ultrasound โคตะระตื่นเต้นเลย หนุกดี

ตรวจเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พากลับไปที่ชั้น 3 เพื่อรอฟังผลตรวจ

รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คุณหมอคนเดิมที่สอดใส่ เอ้ย ตรวจภายในให้เรา ก็เรียกเข้าไปพบ

แล้วบอกว่า “ปกติดีนะจ๊ะ ยังไม่เป็นโรค แต่ผลตรวจมะเร็งจะส่งไปให้ที่บ้าน ภายใน 3 วันนะจ๊ะ”

เฮ้อ ก็โล่งอกไประดับนึง หมอบอกยังไม่เป็นโรค อิอิ

กลับมาบ้าน ยังคงเจ็บน้องจิ๊มิ๊ที่โดนเครื่องมือคุณหมอทารุณกรรมไปทั้งคืน ราวกับจะเป็นไข้ แง เครื่องพังก็คราวนี้เอง

ตอนนี้ก็เหลือแค่รอผลมะเร็ง ซึ่งคิดว่าไม่น่าเป็นหรอกเนอะ เพราะส่วนใหญ่เท่าที่อ่านในเน็ท ต้องผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กะตัวผู้ ที่มีความเสี่ยงอ่ะ

แต่จริงๆ อยากตรวจภายในซ้ำเหมือนกันนะเนี่ย ไม่ใช่ว่าเสียวดีหรือว่าอะไรหรอกนะ แต่ไม่ค่อยมั่นใจคุณหมอที่ไปตรวจมาซักเท่าไหร่เลย อยากได้ second opinion น่ะ แต่เดี๋ยวรอทำใจก่อน

ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ขึ้นขาหยั่ง มันเป็นอย่างงี้นี่เอง ก็หนุกดีนิ มันส์ๆ ปนเสียว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดแฮะ ^^^^

Sunday, March 1, 2009

Happy Birthday to My Darling

แฮปปี้เบิรด์เดย์ทู๊มี เอ้ย ไม่ใช่ ทู้ยู ต่างหากล่ะ ^^

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (22 Feb) เป็นวันคล้ายวันเกิดของคนข้างกายของวะวายเองค่ะ

ปีนี้ไม่มีเซอร์ไพรซ์อะไร เพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ที่ทำงานก็ใกล้กัน หาเวลาเซอร์ไพรส์ไม่ค่อยจะได้

ส่วนของขวัญวันเกิด ก้อให้ล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ก่อนวันจริงหกวันโน่นแน่ะ อิอิ จริงๆ ก็กะว่าจะให้วันจริงแหละนะ

แต่วันเมื่อวันจันทร์ที่แล้วโน้น (16 Feb) วะวายแว่บออกจากออฟฟิศไปซื้อของขวัญวันเกิดที่พารากอน แล้วคนข้างกายเนี่ยก็จะตามมาให้ได้ เพื่อที่จะได้กินข้าวเย็นพร้อมกันที่สยาม และกลับบ้านพร้อมกันเลย

ของที่ซื้อมาก้อเลยเห็นหมดแล้วว่าเราถือถุงอะไรมาบ้าง ก้อเลยยื่นให้ซะเลย

อีกอย่างกลัวด้วยว่าจะใส่ไม่ได้ ถ้าใส่ไม่ได้จริงๆ จะได้รีบเอาไปเปลี่ยนน่ะ ถ้ารอให้วันจริงเดี๋ยวจะเอาไปเปลี่ยนไม่ทัน

ของขวัญที่ให้ ชิ้นแรก เข็มขัดของ Hugo Boss ชิ้นนี้ปรากฎใส่ไม่ได้จริงๆ เพราะว่าสั้นไป สรุปต้องเอาไปเปลี่ยน















ชิ้นที่ 2 เสื้อเชิ้ตของ Zara สีฟ้า แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่ะ ตัวนี้ใส่ได้พอดี ไม่ต้องเปลี่ยน เย้ๆ ^^

ส่วนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด เราสองคนมีธุระต้องไปบ้านของคุณอาของคนข้างกายวะวาย อยู่ตรงศรีนครินทร์

นานๆ ทีได้ไปเส้นนั้นที เลยถือโอกาสไปกิน Ducki Suki ร้านสุกี้เจ้าอร่อยที่ตั้งอยู่หลังเสรีซะเลย

แต่ก่อนเคยกินแต่ตรงสาขาพรีเมียร์ พระราม 9 แต่ว่าสาขานั้นปิดไปแล้ว ต่อไปคงต้องมากินสาขานี้แทน เห็นว่ามีสาขาตรงสุขุมวิทด้วย แต่ไม่เคยไปอ่ะ

กินเสร็จแล้ว ค่อยตรงไปบ้านคุณอา นั่งคุยธุระบวกคุยเล่น บ่ายๆ ก็กลับบ้านกัน

แต่เราขอแวะที่ Makro ก่อน จะได้ซื้อกับข้าวไปทำกินกันเองตอนเย็น

เมนูมี 3 อย่าง มีหอยวาย เอ้ย หอยลายผัดเผ็ด ผัดดอกกะหล่ำ แล้วก้อไก่ย่างห้าดาว

ให้เจ้าของวันเกิดนอนรอระหว่างเราทำกับข้าว กว่าจะตำพริกขี้หนู ล้างหอย แช่หอย หั่นผัก เตรียมโน่นนี่ หุงข้าว เสร็จพร้อมทานก้อเย็นพอดี

เป็นเมนูง่ายๆ ฉลองวันเกิดกันแบบสบายๆ ไม่ต้องไปกินข้าวนอกบ้าน กินเอง ล้างเอง ไก่ย่างกินไม่หมด เลยเสร็จเจ้าแมวสองตัวที่บ้านแทน ลาภปากไอ้หนำเลี้ยบกับน้องชมพู่อีกแล้ว

Wednesday, January 14, 2009

+++ ตอบ Tag +++

1. วันนี้วันที่เท่าไหร่

ตอบ 14 มกราคม 2552

2. กี่โมงแล้ว

ตอบ 14.23

3. ชื่อเล่น

ตอบ โห มีเยอะมากอ่ะ ถ้าในเน็ตก้อวะวาย วาย ถ้าสมัยเรียนโดนเรียกว่าปลาดุก หญิงดุก อีดุก แต่ถ้าชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ชื่อ “หญิง”

4. และ 5.รวมกัน ว่า ตอนนี้ใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออะไรอยู่ รุ่นอะไรเหรอ

ตอบ Nokia Supernova รุ่นไรจำเลขรุ่นไม่ได้อ่ะ สมองเอาไปจำอย่างอื่นหมดแว้ว อีกเครื่องเป็น Blackberry ที่โดนที่ออฟฟิศบังคับให้ใช้ แต่ใช้เช็คเมล์ซะมากกว่า

6. เสียงเรียกเข้าตอนนี้ล่ะ

ตอบ เสียง Beep Once ไม่ชอบเสียงเพลงอ่ะ ขี้รำคาญ

7. เพลงที่อยากให้เป็นเสียงเรียกเข้ามากที่สุด

ตอบ เสียงหนำเลี้ยบ แมวน้อยลูกรัก

8. เพลงใหม่ที่สุดเท่าที่ฟังตอนนี้

ตอบ เท่าที่ 102.5 กะ 107 เปิดบ่อยๆ ล่ะ

9. และ 10. เล่นเครื่องดนตรีอะไรเป็นมั่ง และคิดว่าตัวเองเล่นเก่งไม๊

ตอบ ตีฉิ่ง เอ้ย ไม่ช่าย เล่นไม่เป็นเลยตะหากล่ะ ถนัดร้องเพลงมากกว่า อิอิ


11. ดารานักร้องที่ look ดีที่สุดในสายตาคุณ

ตอบ ป้าม้าลาย Mariah Carey

12. สไตล์การแต่งตัวของคุณ

ตอบ วันทำงานส่วนใหญ่เป็นเดรส ถ้าต้องไปประชุมก้อใส่ชุดสูท ถ้าวันหยุดก้อเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ก้อเดรสแบบที่ใส่ไปทำงานไม่ได้อ่ะ มันลำลองเกิ๊นนน

13. ถ้าไม่มีของสิ่งนี้แล้วจะไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเลย

ตอบ กางเกงใน ถ้าไม่ใส่แล้วออกจากบ้านไป เย็นน้องแย่เลย

14. ในกระเป๋าตังค์ใส่อะไรไว้บ้าง

ตอบ ตังค์ บัตรเครดิต บัตรประชาชน บัตรลดต่างๆ รูปแฟน ^^

15. คำพูดที่ติดปากที่สุด

ตอบ โอเค แต๊งกิ้ว

16. ปีใหม่ที่ผ่านมาไปเที่ยวไหน

ตอบ โคราช แต่ไปแค่คืนเดียวเองนะ นอกนั้นเที่ยวห้างในกรุงเทพฯ enjoy กรุงเทพฯ ยามถนนโล่ง

17. อาหารที่กินได้ไม่มีวันเบื่อ

ตอบ กระเพราปลาหมึกราดข้าว

18. และ 19. เกมที่คิดว่าตัวเองถนัดที่สุด และ เกมที่เล่นประจำตอนนี้

ตอบ ไม่ชอบเล่นเกมเลย อ้อ แต่ถ้าเกมหยอดเหรียญตามห้างก้อต้องเกมเรียงฝาอ่ะ

20. เพื่อนที่สนิทที่สุดคือ

ตอบ คนข้างกาย เป็นทุกๆ อย่าง รวมทั้งเพื่อนที่สนิทที่สุดแล้วล่ะ

21. อยากบอกอะไรกับเค้า

ตอบ ดีใจที่มีเธอและขอให้อยู่ข้างๆ กันตลอดไป (ซึ้งมะ)

22. เป้าหมายตอนนี้

ตอบ ทำงานให้ดีที่สุด เพื่อเป็นข้อต่อรองการขึ้นเงินเดือนและโบนัสของปีนี้

23. ขับรถเป็นไหม

ตอบ เป็นจิ

24. แล้วตอนนี้มีรถขับอยู่รึเปล่า

ตอบ มีจิ

25. รถยนต์ที่อยากเป็นเจ้าของที่สุด

ตอบ BMW series 5

26. เครื่องดื่มที่โปรดปรานเป็นอันดับแรก

ตอบ น้ำส้มปั่น

27. สูบบุหรี่ไหมอ่ะ

ตอบ ไม่จ้ะ

28. ร้านตัดผมร้านประจำ

ตอบ ร้านพี่ไมซ์ อยู่บนโรงหนังสยาม

29. ร้านอาหารที่ทานประจำ

ตอบ Fuji สีฟ้า

30. เวลาอยู่ที่โรงเรียน ที่มหาลัย ที่ทำงาน ว่างๆ จะทำอะไร

ตอบ เล่นเน็ต อ่านข่าวและบล๊อกเพื่อนๆ เข้าเวปพันดิ๊ป

31. เวปไซท์ที่ต้องเข้าเวลาเล่นอินเตอร์เน็ท

ตอบ Manager, Blogspot, Pantip, Siambrandname, Cutekloset

32.และ 33. แอบปลื้มใครอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงปลื้มเขาล่ะ

ตอบ ปลื้มอาจารย์แก้วสรร เพราะเคยเป็นลูกศิษย์และรู้ดีว่าอาจารย์เป็นคนตรง ไม่โกงกิน

34. เคยหาเพื่อนทางจดหมายรึเปล่า

ตอบ ไม่เคยอ่ะ

35. แล้วเคยหาเพื่อนทางอินเตอร์เน็ต

ตอบ เคยสิ คนข้างกายที่อยู่กันมาเกือบสี่ปีเนี่ย ก้อมาจากในเน็ตนี่แหละ

36. ถ้าสามารถขอของวิเศษจากโดเรมอนได้อย่างนึงจะขออะไร

ตอบ กระเป๋า Chanel Classic Jumbo หนังแกะนะ

37. การ์ตูนเรื่องที่ติดอยู่ตอนนี้

ตอบ ไม่มีอ่ะ ไม่ค่อยได้ดูการ์ตูน

38. ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นอะไร

ตอบ ถ้าเตี๋ยวเป็ดกับเย็นตาโฟ ขอเส้นใหญ่ ถ้าเตี๋ยวหมูหรือเตี๋ยวไก่ ขอเส้นเล็ก

39. ห้องนอนติดโปสเตอร์ของดาราบ้างหรือเปล่า

ตอบ ไม่ติดอ่ะ เดี๋ยวมันจะเลอะเทะนะ ^^

40. หนังเรื่องที่ดูเรื่องล่าสุด

ตอบ อืม รู้สึกจะเป็น 007 นะ

41. แล้วหนังสนุกไม๊

ตอบ สนุกมาก

42. อยากเรียนต่อด้านไหน

ตอบ แน่นอนว่ากฎหมาย

43. แล้วอยากเรียนต่อที่ไหนล่ะ

ตอบ USA

44. เรื่องที่รู้สึกแย่ตอนนี้

ตอบ งานเยอะเหลือเกิน เหนื่อย

45. เวลาไปเรียนหรือไปทำงานไปยังไงอ่ะ

ตอบ ขับรถไปจิ

46. ปกติแล้วใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรอยู่

ตอบ Lancome Miracle So Magic, Clinique Happy Heart, Britney Fantasia และฯลฯ แต่อันแรกใช้บ่อยสุดแล้ว

47. แล้วเรื่องความรักตอนนี้เป็นอย่างไร

ตอบ Perfect

48. ภาษาที่อยากพูดได้มากที่สุด

ตอบ ภาษาแมว

49. คิดยังไงกับนิยามรัก

ตอบ เข้าใจ ไว้ใจ อดทน ซื่อสัตย์

50. ข้อห้าสิบแร้วววว....ตอนอาบน้ำร้องเพลงด้วยรึเปล่า

ตอบ ร้องบ้าง แต่ต้องเวลาอารมณ์ดีมากๆ และไม่เร่งรีบ

51. คิดว่าการแต่งงานนั้นขึ้นอยู่กับอะไร

ตอบ ความพร้อมและการที่คนสองคนคิดว่ามันสำคัญกับความรักมากแค่ไหน

52. บอกรักครั้งสุดท้าย กับใคร เมื่อไหร่

ตอบ กับคนที่อยู่ด้วยกันทุกวัน เมื่อคืน

53. แฟนนอกใจจะทำยังไง

ตอบ เจอดีแน่

54. ถ้าคุณเป็นนกจะบินไปไหน

ตอบ Paris

55. ถ้าโลกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมอยากอยู่ส่วนไหนของโลก

ตอบ อยู่ตรงไหนก็ได้ ที่มีแม่และคนที่เรารักอยู่ด้วย อ้อน้องแมวด้วย

56. เบอร์มือถือลงท้ายด้วยเลขอะไร

ตอบ 66

57. ชอบวิชาอะไร

ตอบ ภาษาอังกฤษ

58. หากขา ไม่ใช่อวัยวะที่คุณเดิน คุณคิดว่าจะใช้อะไรเดินแทนขา

ตอบ แขน

59. คนรักที่คบตอนนี้เป็นอย่างไร

ตอบ เป็นคนดี หล่อ เก่ง ฉลาด ใจร้อน ขับรถเร็ว (มากกกก) กินเก่ง รักแมวเหมือนกัน

60. วันนี้กินอะไรไปแล้วบ้าง

ตอบ ตอนเช้ากินนมกล่องที่บ้าน ตามด้วยกาแฟที่ออฟฟิศ ต่อด้วยผัดซีอิ๊วไก่มื้อกลางวัน


61. เพื่อนอกหักจะปลอบใจว่ายังไง

ตอบ ซักวันแกต้องเจอคนที่ดีกว่านี้

62. ถ้าลมพัดสิ่งหนึ่งออกไปจากชีวิตคุณได้ จะให้พัดอะไรไปอ่ะ

ตอบ ความขี้โมโห ใจร้อนของตัวเอง

63. ถ้าเพื่อนแย่งแฟนคุณไปทำไง

ตอบ ทำให้มันไม่มีความสุขในชีวิตอีกเลย

64. หนังสือที่ชอบอ่านคือหนังสืออะไร

ตอบ Cleo กับ Elle

65. ถ้าคุณทำผิด คุณจะขอโทษด้วยคำพูดแบบไหน

ตอบ ขอโทษค่ะ จะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

66. ขอเนื้อเพลงที่คุณชอบที่สุด

ตอบ - เพลง We Belong Together ของป้าม้าลาย

“When you left I lost a part of me
It’s still so hard to believe
Come back baby please cause
We belong together
Who am I gonna lean on when times get rough
Who’s gonna talk to me till the sun comes up
Who’s gonna take your place
There ain’t nobody better
We belong together”

67. อยากไปเที่ยวไหนตอนนี้

ตอบ ทะเลที่ไหนก้อได้

68. อยากบอกอะไรกับคนที่ส่งเมลล์ไปให้

ตอบ พักผ่อนบ้างค่ะ don’t work too hard

69. ส่งให้เพื่อนมีใครบ้าง

ตอบ 1. พี่เต่านา
2. คุณเอม Revealtomdy


(ไม่รู้ทั้งสองคนโดนใคร Tag ไปบ้างยังนะ ^^)

70. เขาแต่ละคนเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องไหนให้คุณบ้าง ถึงส่งให้เขาอ่ะ

ตอบ รู้สึกดีที่ได้อ่านเรื่องราวของทั้งพี่เต่านาและคุณเอม แม้ไม่เคยเจอกัน แต่กลับรู้สึกดี เรื่องราวที่อ่านให้แง่คิดที่ดีเสมอ

Monday, January 5, 2009

++ ปีใหม่ หัวใจดวงเดิม ฮิ้ววว ++

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังแด่เพื่อนผองชาวบล๊อกฉะป้อดทุกคนนะเคอะ ไปเที่ยวไหนกันมามั่ง ก้ออย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

ของวะวายหยุดตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. รวมเบ็ดเสร็จหยุดไป 6 วัน ไปเที่ยวตจว. แค่หนึ่งคืน นอกนั้นมีแต่เรื่องอกสั่นขวัญแขวน U_U

เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 30 ถ้าใครได้ดูข่าวไฟไหม้ที่แรกก่อนรับปีใหม่ และเกิดก่อนซานติก้าผับ จะทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งแถวเจริญกรุง ซึ่งซอยอันเป็นที่ตั้งของโรงงานทอผ้าอยู่ติดกับซอยอพาร์ทเม้นท์ที่วะวายเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน ใกล้กันมาก

ที่จริงนอนหลับไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว แต่มาสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่าทำไมคืนนี้แอร์ร้อนจัง ปรากฎว่าไฟดับ

ได้ยินเสียงรถหวอดังสนั่นไปหมด เปิดม่านหน้าต่างดูที่ระเบียง มองไปที่ถนนใหญ่ ก้อเห็นว่ามีรถดับเพลิงวิ่งเต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าเหตุเกิดที่ไหน

แต่พอมาเปิดม่านที่หน้าต่างอีกบาน ฝั่งที่หันไปซอยข้างๆ ก็เห็นว่าเพลิงกำลังโหมตึกอยู่ ไฟลุกโชน ตอนแรกก้อไม่รู้หรอกว่าเป็นโรงงาน

ไฟโหมกระหน่ำรุนแรงมาก ไฟไหม้ตั้งแต่สี่ทุ่มกว่า แต่กระทั่งตีสี่ ไฟก้อยังไม่มีทีท่าว่าจะดับลง ทั้งรถดับเพลิง รถปอเต็กตึ๊ง วิ่งเข้ามาในซอยอพาร์ทเม้นท์ของเรา เพื่อไปดับเพลิงที่ด้านหลังของโรงงาน

เราเลยต้องผลัดกันนั่งเฝ้าดูตึกที่กำลังไฟไหม้ เพราะเกรงว่าเปลวไฟจะลอยมาติดตึกที่เราอาศัยอยู่ แง้ เพราะตึกใกล้กันมาก

ระหว่างที่เราเป็นคนเฝ้ายาม อยู่ๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้า (ตึกที่กำลังถูกไฟไหม้) ก็ถล่มลง เสียงดังมาก เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นตึกถล่มต่อหน้าต่อตา

เราถามคนข้างๆ หลายครั้ง ว่านี่เรื่องจริงใช่ไหม เราไม่ได้ฝันกันไปใช่ไหม

และเราสองก้อเริ่มเปลี่ยนจากชุดนอนมาใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เตรียมเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง หากระเป๋าไว้ใส่แมวด้วย เพราะพระเพลิงรุนแรงเหลือเกิน กะว่าถ้าตึกเราไหม้ไปด้วย ก้อจะต้องรีบขนของและแมวลงไป และต่างคนต่างขับรถของตัวเองไปเจอกันที่ตึกออฟฟิศวะวาย

และเราก้อนั่งเฝ้ายามต่อ ยุงก้อกัด เพราะไฟดับต้องเปิดหน้าต่างไว้ จนยุงเข้า นั่งไปเรื่อยๆ ดูไฟที่เดี๋ยวโหมเดี๋ยวซา จนเราเฝ้ายามไม่ไหวแล้ว ง่วงนอนเหลือเกิน เลยหลับไปตอนหกโมงเช้า มารู้ตัวอีกทีตอนเกือบสิบโมงได้มั้ง เพลิงสงบแล้ว แต่ควันยังออกมาจากตัวตึกอยู่ รถดับเพลิงก้อยังอยู่

ยังเคราะห์ดีที่เพลิงไม่ลอยมาตึกที่วะวายอยู่ ไม่งั้นไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

พอได้ดูข่าว ถึงทราบว่าไฟไหม้ที่โรงงานเย็บผ้าซึ่งเป็นตึก 7 ชั้นและลามไปอีกตึกของโรงงานที่มี 4 ชั้น ดีที่ไม่มีคนอยู่ข้างใน จึงไม่มีผู้ได้รับอันตราย แต่ผ้าที่เก็บไว้ เป็นเชื้อไฟอย่างดี จึงต้องใช้เวลานานกว่าจะควบคุมเพลิงได้

คืนถัดไปก้อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับอีก และเมื่อคืนก้อที่เสือป่าพลาซ่า ทำไมปีนี้เริ่มต้นอย่างนี้นะ หวังว่าเรื่องร้ายๆ ผ่านไป ก้อจะมีเรื่องดีๆ ในประเทศของเราตามมานะ สาธุ

กลับมาเล่าเรื่องของเราต่อ เช้าวันที่ 1 ม.ค. เราขับรถไปเที่ยวกันที่โคราช ไปไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์โต และแวะมาพักที่ปากช่อง โดยการ walk in ไม่ได้จองไว้ก่อน

เหลือห้องพักห้องเดียว เป็นห้อง suite เล็ก พนักงานถามเราว่าจะเอาไหม โดยที่เราไม่ได้ฉุกคิดก่อน ก้อตอบไปว่าโอเค

พนักงานไม่ขึ้นไปส่ง (แปลกๆ ไหม) ให้กุญแจเรามาแล้วให้ขึ้นไปหาห้องเอาเอง เดินขึ้นไปชั้น 3 (ไม่มีลิฟต์) หาห้อง ปรากฎเป็นห้องริมสุดติดกับทางหนีไฟ แล้วทางเดินบนชั้นนั้นมืดมาก ต่างกับชั้น 2 และ 3 ที่เราผ่านมา

เข้าไปในห้อง เป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอน สองห้องน้ำ แยกระหว่าง living room กับ bedroom

ด้วยวะวายเป็นคนมี sense เรื่องพวกนี้ซะด้วย เวลาเข้าพักที่โรงแรม พอก้าวเข้าไปในห้อง บางโรงแรมจะรู้สึกได้เลยว่า “ไม่ธรรมดา” และที่นี่ก้อทำให้เรารู้สึกอย่างงี้

ปกติเวลาไปพักที่ไหน พอเข้าห้องไป เราจะเปิดดูหมด ลิ้นชงลิ้นชักที่ครัว แต่กลับที่นี่ เรารู้สึกได้ว่าอย่าเปิดดีกว่า เราไม่กล้าแม้กระทั่งเดินไปตรงครัว รวมทั้งห้องน้ำที่อยู่ในห้องรับแขก เราไม่กล้าก้าวเข้าไปเลย ทั้งที่ห้องน้ำสะอาด ตกแต่งสวยงาม

แต่เราก้อไม่ได้บอกความรู้สึกนั้นกับคนข้างๆ จนกลับมาแล้ว ได้คุยกันเรื่องนี้ ถึงได้รู้ว่ารู้สึกเหมือนกัน ว่ามันมีบางอย่าง ถึงว่าไม่กล้าเข้าไปในห้องน้ำนั้นเหมือนกัน

ขนาดโซฟาที่นั่งในห้องรับแขก เรายังไม่กล้านั่งเลย มันเหมือนมีเจ้าของน่ะ ไม่รู้สิ และมีอีกหลายอย่างที่เจอและรู้สึก แต่ไม่อยากเขียนแล้ว กลัววว

แต่ห้องน้ำในห้องนอนโอเคนะ กล้าเข้านะ แต่ไม่กล้าปิดประตูเลยล่ะ

ยิ่งกลับมากรุงเทพฯ แล้ว มีแต่ข่าวแย่ๆ นอนไม่ค่อยหลับเลย นึกถึงห้องพักที่ปากช่องทีไร ขนลุกทุกที ขนาดเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานมากนะ แต่สภาพห้องนั้นมันวังเวงไงพิกล รูปที่ติดผนังก้อแปลกๆ ไม่ไปอีกแล้ว

ตอนนี้รู้สึกแต่ว่าอยากไปวัดให้พระรดน้ำมนต์มากเลย ไม่เคยรู้สึกขนาดนี้มาก่อนเลย

เฮ้อ ว่าจะเขียนเรื่องดีๆ รับปีใหม่ แต่ขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้หน่อยละกันนะ

อ้อ สำหรับข่าวไฟไหม้ที่อยู่ข้างที่พักวะวาย อ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000153557

Monday, November 10, 2008

วะวายเปื่อย U_U

อาทิตย์ที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ก็เป็นไข้ เจ็บคอมาก มีน้ำมูกด้วย เลยไปซื้อยาร้านบู๊ทส์มากิน

กินไปได้สองสามวันก้อเหมือนจะดีขึ้น

แต่วันต่อมากลับมีอาการผะอืดผะอม แน่นท้อง ปวดหัว และยังมีไข้อยู่ ทรมานมากๆ ไม่อยากรู้สึกตัวเลยตอนนั้น

แต่ก้อยังคงกินยาตัวเดิมต่อไป โดยไม่ได้คิดอะไร

จนวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ออฟฟิศจัดไปเที่ยวที่ไฮแอท หัวหิน

ไอ้เราก็แพ็คกระเป๋ามาดิบดี ทั้งๆ ที่เช้าวันนั้นตื่นมาปวดหัวมาก แทบจะลากสังขารมาออฟฟิศไม่ไหว

แต่บอกที่ออฟฟิศไว้แล้วว่าจะไป จะ cancel กระทันหันก็กลัวเค้าจะว่าเอาได้

แต่พอมาออฟฟิศ แบกกระเป๋าเดินทางขึ้นมา นั่งที่ห้องทำงานได้ซักพัก เหมือนอาการกำเริบ หน้าร้อนผ่าว น้ำหูน้ำตาไหล จะอาเจียนตลอดเวลา

พี่ๆ ที่ออฟฟิศเดินเข้ามาดูเรากันใหญ่ และบอกว่าให้ไปหาหมอ แล้วค่อยตามไปหัวหินก้อได้

แต่เรารู้ตัวเลย ว่าเราอยากไปหาหมอนะ แต่คงไปเที่ยวไม่ไหวหรอก เพราะความรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย

สุดท้ายเลยต้องปฏิเสธไปว่า ขอโทษด้วย คงไปเที่ยวหัวหินไม่ได้แล้วอ่ะ จะไปหาหมอ

พอทุกๆ คนที่ออฟฟิศไปขึ้นรถบัสที่จอดรอที่ตึกกันหมดแล้ว เราเลยขอนอนงีบต่อที่ห้องซักพัก รอให้ฟะแฟนมาพาไปหาหมอ

ไปถึงโรงพยาบาล หมอก็ถามอาการ และบอกว่าไม่น่าจะเป็นไข้หวัด ให้ตรวจเลือดกับตรวจปัสสาวะ

พอรู้ ก้อรีบกินน้ำเข้าไปเยอะๆ เพราะเพิ่งฉิ๊งฉ่องมาเอง เดี๋ยวฉี่ไม่ออก

ไปเจาะเลือด เก็บปัสสาวะ เรียบร้อย คุณหมอให้รอผลตรวจเลือด 45 นาที

ตอนแรกนึกว่าจะเป็นโรคกรวยไตอักเสบ เพราะเคยเป็นเมื่อหลายปีมาแล้ว และอาการครั้งนี้คล้ายกันมาก

แต่พอคุณหมอได้รับผลตรวจเลือด ก็เรียกเราเข้าไปพบ

หมอบอกว่าดีใจด้วย ไม่ได้เป็นกรวยไตอักเสบอย่างที่คิดหรอกนะ แต่เราอ่ะติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

ฟังดูน่ากลัวจัง หมอบอกว่าคนปกติจะต้องมีค่าเม็ดเลือดขาวกับแบคทีเรียอะไรประมาณเนี้ย ฟังไม่ค่อยเข้าใจ ไม่เกิน 40 แต่เรามี 75 ถือว่ายังไม่รุนแรงมาก ให้ยาฆ่าเชื้อไปทานแล้วกลับไปพักที่บ้านได้

คุณหมอคาดว่าน่าจะเกิดการติดเชื้อจากอาหารที่กินเข้าไปที่ไม่สะอาด เลยนึกได้ว่า วันก่อนเอาบาร์บีคิวแช่แข็งที่ซื้อจากแม็คโครไปเวฟกิน

คนข้างๆ กายวะวายก้อเป็นอาการเดียวกัน แต่หายเร็วกว่า เพราะกินยาฆ่าเชื้อแก้อาหารเป็นพิษไปแล้ว

ส่วนวะวาย วันนี้ก้อดีขึ้นเยอะ ไม่ผะอืดผะอมแล้ว แต่ยังมึนๆ เนื่องจากผลข้างเคียงของยาฆ่าเชื้ออยู่ เพราะผลข้างเคียงเยอะ

เมื่อกี๊เลยลอง search โรคนี้ใน google

พบว่าปัจจุบันคนเป็นโรคนี้กันเยอะนะคะ ส่วนใหญ่เกิดจากอาหารไม่สะอาด หรืออยู่ในที่ๆ สกปรก คนแน่นๆ อากาศไม่ถ่ายเท

ถ้าเป็นเยอะแล้วไปหาหมอช้า อาจต้องให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลือแทน

เพื่อนๆ คนไหนที่มีอาการเป็นไข้ แล้วกินยาลดไข้หลายวันแล้วยังไม่ดีขึ้น อย่านิ่งนอนใจนะคะ ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน สมัยนี้สารพัดโรคจริงๆ

Wednesday, October 22, 2008

ความรักของเรา

อืม วันนี้อยู่ๆ ก็นึกถึงวันเก่าๆ ของเราสองคนขึ้นมา อาจเป็นเพราะช่วงสองสามวันนี้เราต้องห่างกัน เพราะคนข้างกายวะวายต้องกลับบ้านนอก เอ้ย ไม่ช่าย เค้าเรียกว่าตจว. ต่างหากล่ะ อิอิ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน ปีๆ นึงไม่ได้อยู่ด้วยกันก้อช่วงที่เธอต้องกลับบ้านนั่นแหละ ซึ่งบางปีก้อกลับไปแค่วันเดียว ^^!! จะขับกลับไปให้เปลืองน้ำมันไมฟะ

คราวนี้ไปเยอะหน่อย กลับไปประมาณสามวัน เยอะค่อดๆ คนจะโสดซะหน่อย โสดได้สามวัน ชิ

เอ๊ะ ความรักของเราเริ่มต้นจากตรงไหนกันนะ ลองย้อนเวลาหาอดีตดูซิ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแว้ว ไม่ใช่สิ เมื่อประมาณสามปีกว่าๆ ที่แล้ว ณ คืนนึงขณะที่เรากำลังนั่งทำงานหัวปั่นอยู่ที่ออฟฟิศ เวลาประมาณตีสามได้

จำได้ว่าช่วงนั้นงานยุ่งมาก คืนนั้นกำลังนั่งรอเพื่อรีวิวสัญญาที่พี่อีกคนกำลังร่างอยู่

ระหว่างนั่งรอไม่มีไรทำ เซ็งค่อด ก้อเข้าเวปประจำ lesla.com นี่แหละ และด้วยอารมณ์เหงาๆ ก้อเลยคลิกเข้าไปที่โปรแกรม Hub (เรียกงี้ป่าวหว่า จำไม่ได้)

พอเราคลิกไปมันก้อจะมีเลขขึ้นมาเต็มเลยอ่ะ ก้อเลยเลือกเลขสวยๆ ไปอันนึง กะว่าหาเหยื่อคุยเล่นๆ ฆ่าเวลา อิอิ

จำเลขได้เลย 2727 คลิกเข้าไป พิมพ์ไปว่า sawadee ka แต่แม่ม ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่เห็นมีใครตอบกลับมาเลย แต่เราก้อไม่ได้คลิกเลือกคุยกะคนอื่นอีกเลย รออีเบอร์นี้อ่ะ มันจะตอบมั๊ย

ซักพัก ก้อมีคนตอบกลับมา ก้อคุยธรรมดา ถามมาตอบไป แต่พอยิ่งคุย เรากลับรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก (เว่อร์ไปมั๊ย) ก้อเลยขอแลกอีเมล์กันไว้ เผื่อว่าถ้ามันหลุดไป จะได้ยังสามารถติดต่อกันได้

หลังจากวันนั้น เราก้ออีเมล์คุยกันทุกวัน จนนัดเจอกัน แต่เรานี่สิแย่มากๆ วันแรกที่นัดเจอกัน เราเบี้ยวนัดซะงั้น ทั้งๆ ที่คนดีคนนี้ไปถึงที่นัดหมายแล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกผิดมากมาจนถึงวันนี้ เค้าขอโต๊ดดด U_U

หลังจากวันที่เราเบี้ยวนัด เราอีเมล์ไปขอโทษต่างๆ นานา แต่เธอก้อไม่ตอบกลับมา รู้แหละว่าเธอโกรธมาก แต่เราก้อเสียใจมากเช่นกันนะ

จนครั้งสุดท้ายที่เราพยายามอีเมล์ไปขอโทษอีกครั้ง และบอกในอีเมล์ไปประมาณว่าจะไม่อีเมล์มาอีกแล้วล่ะ เท่านั้นล่ะ เธอก้อรีบตอบกลับมาทันที อิอิ เค้ารู้น๊า ว่าตะเองก้ออยากดีกะเค้าแล้วอ่ะ เอิ๊กๆๆ ^^

หลังจากนั้น เราก้อไม่เบี้ยวนัดอีกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ จากวันนั้นถึงวันนี้ เราก็อยู่ด้วยกันมาสามปีฝ่าๆ แล้ว

อาจจะเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่เราก้อยังตกหลุมรักเธอทุกๆ วันนะ

จะวันแรก หรือว่าวันนี้ หรือว่าวันไหนๆ เมื่อไหร่ที่หันไปแล้วเห็นเธออยู่ เราก็รู้สึกว่าเธอน่ารักเหมือนเดิม แต่ความรักและความผูกพันเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน

ไม่เคยนึกเลยว่าวันนึงจะเจอคนที่คุยภาษาเดียวกัน ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ชอบกินอาหารทะเล ชอบเที่ยว และโดยเฉพาะรักแมวเหมือนกัน เพราะที่เจอมา ทอมส่วนใหญ่จะไม่ชอบแมวอ่ะ

แต่ข้อเสียบางอย่างเราก้อดันมีเหมือนกัน ซึ่งไม่ดีเลย โดยเฉพาะความเป็นคนใจร้อนเวลาขับรถเหมือนกันและขับรถเร็วเหมือนกัน ไม่ว่าจะให้ใครขับ ต้องช่วยกันบ่นตลอดทางทั้งคนนั่งคนขับ

หรือใครมาทำอะไร เราก้อจะชอบตามไปเอาคืน โดยไม่มีใครห้าม มีแต่ช่วยยุ ทะเลาะกับชาวบ้านเค้าไปทั่ว U_U ไม่ดีเลยนะคะ ห้ามเลียนแบบ

แต่เมื่อเช้าสะใจมาก ขับแข่งขนานมากับ new accord สีดำ เห็นมันขับรถน่าหมั่นไส้ ปาดไปปาดมาอยู่ถ. พระรามสี่ หน้าสวนลุม พอรถเรากะมันขนานกัน มีรถหน้ามันช้าแช่อยู่ มันก้อพยายามเข้าหน้ารถเราให้ได้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ช้า เลยแกล้งกั๊กเลนซะเลย ให้มันไม่ทันไฟเขียว สมน้ำหน้า อิอิ เห็นมันเบรกกึ้กเลย กร๊ากกกก

ปรากฎพอไฟเขียว เลี้ยวขวาเข้าสาทร มันดันทำงานอยู่ตึกเดียวกะเราซะด้วย แต่เราให้มันเข้าตึกก่อน มันเห็นเราขับตาม คงนึกว่าจะตามไปกรีดรถมั้ง มันเลยวนเข้าไป B3 ทั้งๆ ที่จอดรถเต็ม (จริงๆ ยามปิดให้เข้าแล้ว ต้องลงไป B5 โน่น ถึงจะมีให้จอด) แต่เห็นมันขอยามเข้าไปอ่ะ สงสัยนึกว่าเราจะตาม ป่าวว้อย ตรูก้อทำงานที่ตึกนี้ย่ะ ^^

เฮ้อ ตอนนี้เราก้อพยายามลดความใจร้อนอยู่ พยายามขับรถให้ใจเย็นมากขึ้น โกรธหรือโมโหไป ก้อมีแต่ตัวเราเองที่เป็นทุกข์

อันนี้ลูกชายของเราสองคน ^^




กลับมาเร็วๆ นะจ๊ะ ขับรถดีๆ ด้วย อย่าใจร้อน อีแม่มันกะอีลูกมันรออยู่เน้อ




Tuesday, September 16, 2008

Subprime Crisis


First of all, I need to say sorry for my blog friends that I have to write this in English since it is more understandable for my record.

Yesterday (September 15), one of my clients being one of the biggest US Investment Banks has filed for bankruptcy. If any of you have read and keep following up on the news (especially for CNN), you will know who I am talking about.

This affects the global market and business, including its branch in Thailand. They are my good clients (either its parent company or affiliates).


No, I don’t mean only they have paid a significant amount of legal fee but also our good relationship personally. Most of my billable hours have been billed to this client.

I love to work for them because most of their projects relates to securities issuance and project finance which I am very familiar with. In addition, I don't think that they are only my clients but they are also my friends, brothers and sisters.

I don’t want any of them feeling bad. So, I have tried to keep calling to give them encouragement. I hope that I could be of any help to them. Unfortunately, no one receives my calls.

CNN has disclosed that such filing for bankruptcy may leave approximately thousand of employees without jobs. I understand that such amount is only for the US, excluding other branches (Tokyo and Thailand, etc.). No one knows the future.

If that is the case, I am sure that most of them will be engaged by other reputable financial institutions and law firms (for someone performing legal field) because they are very competent and it is hard to find genius persons like them.

It is unbelievable that this happens with one of the biggest US Investment Banks existing over 150 years.

However, today (Sept 16), UK Bank has confirmed to buy certain assets of my client. Understand that it is under negotiation process. We need to keep our eyes on this.

This Subprime Crisis not only hurts US lenders but also the global market.

Friday, September 12, 2008

บ่น


ไม่ได้อัพ blog ซะนานเลย ว่าจะเขียนทีไร ก้องานยุ่งทุกที เลยลืมไปหมดแว้วว่าจะเขียนเรื่องอะไร ช่วงนี้ยิ่งความจำสั้นอยู่ด้วย ต้องหาวิตามินมากินซะแล้วมั้ง

น้องที่มาสัมภาษณ์และพวกเราเลือกกันไป นายก้อไม่อนุมัติซักที ช่วงนี้เลยเหนื่อยสาหัส ต้องทำเองแทบทุกอย่าง

ไม่ค่อยอยากใช้น้องของทีมอื่นด้วย


พี่เลขาฯ ก้อไม่ได้เรื่อง สั่งงานเหมือนสั่งขี้มูก วันนี้สั่งให้ไปโอนตังค์ให้แต่เช้า จนห้าโมงเย็น ไม่เห็นเอาสลิปมาให้ เลยถามไปว่าโอนรึยัง ปรากฎว่าชีลืมซะงั้น U_U


ซักพักเดินมา ทำหน้าจ๋อย เหนื่อยแห่กๆ บอกว่าวิ่งไปโอนให้แล้วค่ะ ยังดีนะที่มี bank อื่นที่ปิดหกโมงเย็น เฮ้อ สั่งไปตั้งแต่สิบโมง แถมตอนเที่ยงขออนุญาตเราว่าไปกินข้าวกลางวันกะแก๊งค์เลขาที่ครัวเจ๊ง้อ จะกลับช้าหน่อย


ฮ่วย ใครเป็นเลขา ใครเป็นเจ้านายฟะเนี่ย ทำเอาเราทั้งงง ทั้งเง็ง


ได้เวลาเลิกงานหกโมงเย็น พี่เลขาเดินสะพายกระเป๋านวยนาดมาหน้าห้องเราและส่องมองเราที่ประตู และบอกว่า พี่กลับแล้วนะคะ บ๋ายบายค่า


เออ ก้อเห็นว่าเรางานยุ่ง นึกว่าจะมาถามว่ามีไรให้ช่วยอีกรึป่าว เวง


ยุ่งมากปวดหัว เลยต้องท่องเน็ตซะหน่อย แต่ก้อเข้าแต่เวปเดิมๆ ช่วงนี้พยายามอดใจ ไม่เข้าเวปที่เกี่ยวกับกระเป๋า แต่ก้ออดใจไม่ไหว ดันดั้นด้นเข้าไปดู แล้วก้ออยากได้อีก เง้อ อยากได้ๆๆ


แต่ไม่เอาละ เอาตังค์ไปเปลี่ยนยางรถดีกว่า ตอนนี้ถ้าเป็นบริดกะโจน รุ่นไหนเวิร์คๆ มั่งนะ ใครรู้ก้อรบกวนบอกด้วยคร่า เอาแบบดีๆ ราคาไม่แพงเว่อร์ แล้วล้อเราขอบเท่าไหร่ฟะ ขับอย่างเดียว ไม่รู้เรื่องอื่นเลย Y_Y


เปลี่ยนเรื่องดีกว่า เมื่อกี๊นั่งว่างๆ ไม่มีไรทำ เลยลองเล่นเวป photofunia ที่เค้าฮิตๆ กันอยู่บ้าง


ลองทำหลายรูป แต่ชอบรูปนี้สุดเลย ให้ชื่อว่า "Our Dream Car" ^_^






Thursday, August 28, 2008

^^^ สัมภาษณ์งาน ^^^

ที่จะเล่าเรื่องสัมภาษณ์งาน ตัววะวายไม่ได้ไปหางานใหม่ที่ไหนหรอก แต่เป็นฝ่ายสัมภาษณ์น้องๆ เพื่อรับเข้าทำงานต่างหาก

เนื่องด้วยมีน้องที่เป็นผู้ช่วยทนาย หรือที่เรียกกันว่า lawyers assistant หรือ paralegal แล้วแต่จะเรียกกันเนี่ย กำลังจะลาออกสิ้นเดือนนี้ เลยต้องรีบหาเด็กใหม่อีกซักคนมาช่วยในทีมของเรา

ปกติเวลามีนัดสัมภาษณ์น้องๆ ว่าจะไปเข้าร่วมหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ว่างซักกะที และบางทีเป็นของทีมอื่นด้วย เลยไม่อยากไปจุ้น

แต่คราวนี้ คนที่จะรับ ต้องมาทำงานกับเราโดยตรง เลยต้องแบ่งเวลาเข้าร่วมสัมภาษณ์ให้ครบทุกคน

ตอนแรกคัดกันจากใบสมัครก่อน มีน้องๆ ที่จบนิติฯ ทั้งจากจุฬา และธรรมศาสตร์ มาทิ้ง resume กันไว้เป็นร้อยๆ คนเลยทีเดียว

ขั้นแรกเลยต้องให้หน้าที่น้องอีกคน เป็นคนคัดให้ก่อน โดยเลือกจาก resume หลักๆ ก้อดูผลการเรียน และกิจกรรมที่ทำ

เลือกได้มาเหลือ shortlisted candidates จำนวน 5 คน ก้อให้เลขาฯ ช่วยเช็ค ว่าน้องคนไหนว่างมาสัมภาษณ์วันไหน เวลาไหนกันบ้าง

ก่อนถึงวันสัมภาษณ์น้องๆ ไอ้เราก้อตื่นเต้นแทนน้องๆ ซะอีก ว่าจะเตรียมคำถามไปสัมภาษณ์ ก้อลืมเฉยเลย เลยเอาแบบสดๆ เหมือนที่เราเคยโดนสัมภาษณ์มานั่นแหละ

5 คนที่คัดมา โดนตัดทิ้งไป 2 คน เพราะบุคลิกภาพ ความรู้ และทัศนคติ ไม่ผ่านจริงๆ

เหลือ 3 คน สูสีกันมากๆ คนนึงภาษาอังกฤษโดดเด่น อีก 2 คนก้อดูคล่องแคล่ว ภาษาอังกฤษก้อใช้ได้

เลยตัดสินใจกันว่า จะคัดกันอีกที โดยนัดทั้ง 3 คนมาทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษ แล้ววัดเอาอีกทีก้อแล้วกัน

แต่แล้ว น้องทั้งสามคน ก้อดันทำได้ดีพอๆ กันอีก กำ U_U คราวนี้กรรมการเลยต้องชั่งน้ำหนักกันแล้ว ว่าโดยภาพรวม น้องคนไหนน่าจะทำงานกับพวกเราได้ดีที่สุด

โดยส่วนตัววะวาย อยากได้คนที่มีความอดทน สู้งานหนัก ไม่เกี่ยงงาน เอ๊ะ ฟังดูแล้วอย่างกับผู้ใช้แรงงานชอบกลแฮะ ^^!!

ไม่ใช่หรอก แต่เพราะงาน law firm เป็นงานที่เครียด มีความกดดัน บางทีลูกความจะให้เรา advise พร้อมๆ กัน 5 ราย เอาภายในเวลาเดียวกัน แค่รู้ก้อเครียดแล้ว ว่าตรูจะทำทันมั๊ยเนี่ย อยากจะโดดตึกตาย

นอกจากมีไอคิวแล้ว ต้องมีอีคิวด้วย ซึ่งอันหลังทำได้ยาก เวลาปรี๊ดแตก อยากจะโดดถีบทุกคนเลยฟ่ะ อิอิ ^^

และจากที่ทำงานมานาน เห็นข้อเสียของเด็กๆ หลายคนสมัยนี้ ที่ไม่ค่อยมีความอดทน เจองานหนักๆ เข้าหน่อย ซักพักทนไม่ไหวก้อลาออกซะแล้ว

เวลาจะรับใครเข้าทำงาน มันก้อชวนให้กังวลตลอดเวลา ว่ารับเข้ามาแล้ว เทรนงานกันไปได้ซักพัก น้องกำลังเก่ง ใช้ได้ แต่จู่ๆ ก้อดันลาออกซะนี่ มันเสียเวลาพวกพี่ๆ นะ รู้กันบ้างมั๊ย

บ่นยืดยาว สรุป เมื่อเช้าทุกๆ คนเพิ่งโหวตกันว่าในสามคนนั้น จะเลือกใคร และเราก้อได้ผู้ชนะแล้ว

เย้ เย ผู้ชนะเป็นคนที่วะวายโหวตด้วยล่ะ อิอิ ดีใจราวกับโหวต AF เลยทีเดียว อิอิ ^^