Thursday, April 16, 2009

อยากให้รู้เหลือเกิน ว่าฉันเสียใจ

วันนี้ วันที่ 16 เมษายน 2552



เป็นวันอีกวันที่เราเสียใจมากที่สุดในชีวิต ที่ชีวิตหนึ่ง ที่เคยอยู่เคียงข้างกับเรามานานแสนนาน ต้องจากเราไป อย่างที่ไม่มีวันกลับมา


วันนี้ ตอนบ่ายๆ แม่โทรมา บอกว่าน้องชมพู่ไปสบายแล้ว


น้องชมพู่เป็นแมวผู้หญิง ตัวเล็กๆ สีขาวปนน้ำตาลนิดหน่อย หางขอด เป็นแมวที่เพื่อนข้างบ้านให้เรามาตั้งแต่เราเรียนอยู่ม. 4


ตอนนั้น น้องชมพู่อายุประมาณแค่สองเดือน พอเพื่อนข้างบ้านของเรา (เจี๊ยบ) ถามว่าเราจะเอาไปเลี้ยงไหม เพราะแมวตัวนี้หลงมา และถูกแมวตัวใหญ่กว่ากัด แต่เจี๊ยบทำแผลให้แล้ว แต่ไม่สามารถเลี้ยงไว้ได้


พอเราเห็นหน้าแมวตัวนั้น แมวอะไรนะ ช่างน่ารักน่าชัง ตัวขาวๆ ปุยๆ ตาสีฟ้า เพิ่งอายุประมาณสองเดือน กำลังซนและน่ารักเชียว

เรารีบตอบตกลง และอุ้มเจ้าเหมียวกลับบ้าน โดยไม่สนใจว่า แม่ของเราจะอนุญาตให้เลี้ยงหรือป่าว

และตามคาด เราโดนแม่ว่า เพราะเราเอาแมวมาเลี้ยงไว้เต็มบ้านแล้ว ยังจะหอบภาระมาให้แม่อีก

แต่สุดท้าย กลับเป็นแม่ของเราเอง ที่หลงรักน้องชมพู่จนหัวปักหัวปำ ทั้งกอดทั้งอุ้มทั้งหอมทุกๆ วัน จนแมวตัวอื่นๆ กลายเป็นตกกระป๋องไปเลย

นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ น้องชมพู่อายุ 15 ปีแล้ว และวันนี้เอง ที่น้องชมพู่จากเราไปอย่างสงบ

ปกติเราจะเป็นคนเลี้ยงน้องชมพู่เองค่ะ แต่หลายอาทิตย์มานี่ น้องอาการไม่ค่อยดี ไม่ทานข้าวเลย ตัวผอมลงมาก เหลือแต่กระดูก สายตาเริ่มไม่รับรู้ เดินไปก็ล้มไป
จากสภาพร่างกายของน้องชมพู่ เรารู้ดีว่า น้องคงไม่ไหวแล้ว และคงอยู่กับเราอีกได้ไม่นานเท่าไหร่
อาจมีคนสงสัย ว่าแล้วทำไม เราไม่พาน้องไปหาหมอ เพราะเราเข็ดค่ะ เราเลี้ยงแมวมาเยอะมาก เยอะจนรู้ว่า ถึงพาไป หมอก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี
แมวกี่ตัวๆ ที่ป่วย พาไปหาหมอทีไร มันก็ต้องจากเราไปอยู่ดีทุกครั้ง

คืนวันที่ 13 เมษาฯ หลังจากเรากลับมาจากปราณบุรี น้องชมพู่ก็ยังอาการคงที่

พอตกดึก ชมพู่ร้องเสียงดังมากเพื่อจะขอเข้าห้องเรา ร้องเสียงแปลกๆ แบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน


คนข้างกายวะวายบอกว่า สงสัยมันจะไม่ไหวแล้วล่ะ คืนนั้น เราเลยนอนกอดกับชมพู่ทั้งคืน แต่เรานอนไม่หลับเลย


ระหว่างที่นอนอยู่ เรารู้สึกได้ว่า ชมพู่พยายามบอกกับเราว่า ช่วยพาชมพู่ไปหาแม่ของเราเถอะ เหมือนกับว่า มันรออยู่ รอวันที่จะได้พบแม่เรา คนที่รักชมพู่มาก และชมพู่ก็รักมาก เป็นครั้งสุดท้าย

เช้าวันรุ่งขึ้น เราสองคนรีบขับรถพาชมพู่ไปหาแม่ พอแม่ได้กอดตัวชมพู่ หน้าตาของมันดูมีความสุขมาก แม้ว่ามันจะแทบไม่รู้สึกตัวก็ตาม

แต่แล้ว วันที่เราไม่อยากให้มาถึง มันก็มาถึงจนได้

ชมพู่ได้อยู่กับแม่เราเพียงแค่สองวัน แต่เรารู้นะ ว่าต้องเป็นสองวันที่ชมพู่มีความสุขมากที่สุด

วันนี้พอแม่โทรมาบอก ทั้งวะวายและคนข้างๆ เรานั่งร้องไห้ด้วยกัน อีกแล้วหรอ ที่แมวที่เรารักต้องจากเราไป

ระหว่างที่พิมพ์เรื่องราวนี้ เราก็ยังคงร้องไห้อยู่ เราเสียใจเหลือเกิน เราอยากให้ชมพู่รู้นะ ว่าเราเสียใจมาก เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ชมพู่น่าจะอยู่กับเราได้นานกว่านี้

แต่เราก็ดีใจนะ ที่เวลา 15 ปีที่ผ่านมา เราและครอบครัวของเราทุกคน รักและดูแลน้องชมพู่อย่างดีที่สุด ชมพู่ไม่เคยป่วย ไม่เคยต้องหาหมอเลย

แต่ ณ ตอนนี้ เราก็ยังทำใจไม่ได้เลย ที่ต้องเสียชีวิตน้อยๆ ที่เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามานานขนาดนี้ ชีวิตน้อยๆ นี้ ที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหน คอยอยู่เคียงข้างเราตลอด

ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้นู๋ได้มาเกิด มาพบเจอกับพวกเราอีกนะ น้องชมพู่

ด้วยรักและคิดถึง ตลอดไป






Tuesday, April 7, 2009

ผิดแผนวันฝนตก

Long weekend ที่ผ่านมา เราสองคนมีแผนกันหลายอย่าง แต่ทว่า ผิดแผนไปหลายอย่างเหมือนกัน

ตอนแรกวันเสาร์ plan กันไว้ว่า จะขับรถไปกินกุ้งเผากับต้มยำปลาม้าแสนอร่อยที่ร้านทองชุบตรงสิงห์บุรีกัน

แต่ตื่นเช้ามารู้สึกเพลียๆ กันทั้งคู่ ตัวขี้เกียจงี้ขึ้นกันยุบยิบ ยุบยิบ เลยเปลี่ยนใจไม่ไปสิงห์บุรีแล้ว แต่จะไปซื้อของทะเลที่คาร์ฟูร์มาทำกินกันเองที่บ้านแทน

อาบน้ำแต่งตัวออกไปเดินคาร์ฟูร์ ได้หอยแครง หอยลาย กุ้ง ปลาหมึก พร้อมเครื่องปรุง และของใช้ทั้งหลายแหล่

กลับมาถึงก็เตรียมแช่หอย ล้างหมึก หมักหมึก เด็ดพริก ปอกกระเทียม เตรียมทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

วะวายมีหน้าที่ทำผัดหอยลายผัดเผ็ด ส่วนคนข้างๆ มีหน้าที่เผาหอยแครงกับปลาหมึก ส่วนกุ้งที่อยากกินที่สุด กะว่าจะทำกุ้งอบเกลือ กลับยังไม่ได้ทำ เพราะว่ากลัวจะกินไม่หมด U_U

จะถ่ายรูปอาหารทีไร ลืมทู๊กที ปอบลงซัดจนหมดซะก่อนทุกทีสิน่า ^^^

วันอาทิตย์ไม่ผิดแผนซักเท่าไหร่ ได้ไปเดิน CTW อย่างที่ตั้งใจ คิดถึง Zara เหลือเกิน เป็นโรคเสพติดร้านนี้ไปแล้ว อาทิตย์ไหนไม่ได้ไปดูของ เหมือนใจจะขาด และทุกครั้งต้องพยายามหาเสื้อหรือเดรสสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับมาให้ได้ทุกครั้ง ครั้งไหนเข้าไปดูแล้วไม่มีถูกใจ ทำให้ไม่ได้ซื้อ จะหงุดหงิดมาก

ครั้งนี้ก็เกือบไปแล้ว ไม่ค่อยมีของมาลงใหม่เท่าไหร่ ที่มีมาใหม่ก็ไม่ถูกใจ แต่โชคยังเข้าข้าง เหลือบไปเห็นเสื้อยืดสีขาวแบบพอดีตัว สวยและเรียบเก๋ดี และผ้าดีมาก เลยได้มาหนึ่งตัว ส่วนคนข้างๆ ได้เสื้อเชิ้ตมาตัวนึงเหมือนกัน (ค่อยยิ้มออกหน่อย)

เดินเล่นดูนู่นนี่ ดูนาฬิกาแล้ว อีกตั้งชั่วโมงกว่าแน่ะ กว่าจะถึงรอบหนังที่เราจองไว้ เลยชวนกันเดิน Sky Walk ไปเซ็นทรัลชิดลม

อุตส่าห์เดินไป ร้อนก็ร้อน แต่ไม่มีของถูกใจเลย ที่ถูกใจเรา ก็โดนตาคนข้างๆ บอกไม่สวย อย่างงั้นอย่างงี้ ห้ามไม่ให้ซื้อ เลยไม่ได้อะไรมาซักอย่าง

ที่อยากได้แต่โดนห้ามเป็นกระโปรงในรูปนี้อ่ะ เป็น Collection Spring/Summer 2009 ของ Kloset มันไม่สวยจริงๆ หรอ เราว่าน่ารักดีออก ผู้หญิงเค้าฮิตลาย Kloset กันอยู่ ไม่รู้เรื่องซะเล้ย ชิ (ไว้หาโอกาสแอบไปดูคนเดียวอีกทีดีกว่า) ^_^



กับเดรสชุดนี้ อยากได้มากๆ แต่ยังไม่เห็นของจริงเลย น่ารักเนอะ




ปล. ขอบคุณรูปจาก Thaicatwalk.com นะค๊า

เดินกลับจากชิดลมมา CTW ก็ได้เวลาดูหนังพอดี วันนี้เราดูเรื่อง Fast & Furious กัน ก็แหมไอ้เราสองคนมันนักซิ่งนี่เนาะ เอิ๊กๆๆ

ภาคนี้สนุกดีค่ะ มันส์ดีนะ เป็นภาคที่ 4 แล้ว ชอบดอมอ่ะ เท่ห์ดี

ดูหนังเสร็จ ออกจาก CTW ก็แวะไปซื้อก๋วยจั๊บนายเล็ก(อ้วน) สาขาสวนหลวง (เจ้าเดียวกับตรงตลาดเก่าเยาวราช) ซื้อมาตุนไว้คนละ 5 ถุง ไว้เป็นอาหารเย็นวีคนี้

ส่วนวันจันทร์ มีแผนไปตัดแว่นกันที่ภิรมย์เภสัชตรงราชเทวี ตอนแรกกะว่าตัดแว่นเสร็จ จะไปกินดั๊กกี้สุกี้ตรงเสรี แล้วไปขับรถเล่นดูโครงการบ้านต่างๆ แถวซอยแบริ่ง แต่ว่าฝนตกหนักมาก เลยอด U_U

ตัดแว่นเสร็จ เลยแวะไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Tagoto ในโตคิว ด้วยวันนี้เราสองคนแต่งตัวออกแนวลุยๆ เลยไม่กล้าไปพารากอน เดินมาบุญครองนี่แหละ เข้ากั๊น เข้ากันดี เดินเสร็จก็กลับบ้าน เพราะอากาศน่านอนเหลือเกิน

อยากให้ถึงวันศุกร์นี้เร็วๆ จังเล้ย เราสองคนจะไปนอนเล่น โดดน้ำตู้มๆ ที่ Evason หัวหิน 3 คืน เย้ๆๆ แล้วจะเอารูปมาฝากค่า หวังว่าฝนจะไม่ตกนะ สาธุ