เราออกเดินทางกันวันพุธที่ 3 ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณสิบโมงเช้า ไปถึงเชียงใหม่ประมาณสี่โมงเย็น ใช้เวลาขับรถแค่ประมาณ 6 ชั่วโมงเอง
ก้อคนขับรถสุดหล่อสิ เล่นเหยียบซะกระหน่ำ นั่งเสียวไปตลอดทางเลย U_U
เราเลือกพักในเมือง เป็นโรงแรมเปิดใหม่ ชื่อว่า "The Grand Napat" ห้องสวย คุ้มเกินราคา ตั้งอยู่แถวราชภัฎเชียงใหม่
ระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำเป็นกระจกใส คล้ายกับที่ The Rock หัวหิน แต่อ่างอาบน้ำเล็กกว่า
ในห้องมีโซฟานั่งเล่น เครื่องครัวเล็กๆ พร้อมไมโครเวฟ
จากวิวระเบียงห้องมองเห็นทิวเขา และสระว่ายน้ำด้านล่าง




วันแรกทั้งคนขับคนนั่งหมดแรง เลยไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ข้าวก้อสั่งทานในโรงแรมเอา
เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นกับแบบสบายๆ ตั้งใจว่าจะขับรถเที่ยวกันที่เส้นแม่ริม
แวะกันที่แรกที่ปางช้างแม่สา ค่าเข้าคนละ 120 บาท รวมดูการแสดงช้างด้วย แต่เรามีเวลาน้อย เลยได้แต่ถ่ายรูปเล่นเฉยๆ


อากาศตอนเช้ากำลังเย็นสบาย จุดหมายต่อไปคือที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ เลยปางช้างฯ ไปประมาณ 3 กม.

เราขับรถกันไปต่อเพื่อไปที่ "กฤษดาดอย" วะวายเคยไปเมื่อสมัยเรียนมธ. กับรุ่นน้องรุ่นพี่ในกลุ่ม เลยอยากพาคนข้างกายไปดูดอกไม้สวยๆ บ้าง
โอ้โห ไม่นึกว่าจากสวนพฤกษศาสตร์ฯ ไปกฤษดาดอยทางมันจะไกล คดเคี้ยว ซะขนาดนี้ กว่าจะถึงเล่นเอามึนไปเลย
พอไปถึงก้อหามุมถ่ายรูปกันใหญ่ ดอกไม้สวยๆ ทั้งนั้นเลย





กลับมาพักเหนื่อยที่ห้อง ทานข้าวที่โรงแรมเหมือนเคย สะดวกดี
วันรุ่งขึ้นไม่ได้ไปไหน ไปแค่ซื้อของฝาก พวกน้ำพริกหนุ่มแคปหมู ที่กาดหลวง เพราะวันรุ่งขึ้นก้อจะกลับแล้ว
คืนสุดท้าย ตอนเย็นเลยขับรถไปหาไรกิน จริงๆ ตั้งใจจะไปร้านเฮือนเพ็ญ ที่ในหนังสือแนะนำ แต่ขับรถหลงอยู่นั่น เลยไม่เจอซักที ประจวบเหมาะ ขับไปเห็นร้านที่ไฟสว่างๆ น่านั่ง และเหมือนคนในพื้นที่ทานกันเยอะ น่าจะอร่อย
ชื่อร้านส้มตำ-ยำไก่ อาหารอร่อยมากจริงๆ ราคาไม่แพงด้วย ต้มแซ่บปลาช่อนอร่อยมา ลำแต๊ๆ เจ้า ^^
วันรุ่งขึ้น check out เตรียมขับรถกลับกรุงเทพฯ แวะกินเตี๋ยวลูกชิ้นปลากรายที่นครสวรรค์ อร่อยเด็ดจริงๆ ชามละ 15 บาทเอง








































