Tuesday, January 7, 2014

ทริปแม่ฮ่องสอน แบบไม่ตั้งใจ



ถัดจากทริปเชียงใหม่ได้ 1 เดือน คนข้างกายบอกว่าจะต้องไปทำธุระที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน บอกแบบฉุกละหุกมาก วะวายเลยมีแต่ชุดไม่สวยไปทริปนี้ ถ่ายรูปออกมาดูบ้านๆ มาก เสียดายเอารูปลง blog นี้ไม่ได้เลยค่ะ ดู blog แตกต่างจากเมื่อก่อน โพสรูปยากจัง ทำไม่เป็น




ออกเดินทางกันจากบ้านคนข้างกายเหมือนเดิม ขับรถกันไปเอง แวะเที่ยวกันก่อนที่แรก ที่ "เขื่อนภูมิพล" จ. ตาก



เราไปถึงที่เขื่อนก็ค่อนข้างเย็นแล้ว แต่อากาศกำลังดีเลย เจ้าหน้าที่ตรงประตูทางเข้าก้อยิ้มแย้มแจ่มใส น่ารักมากๆ




แวะถ่ายรูปกันตั้งแต่จุดแรก ตรงช่วงทางเข้า ลมเย็นมากๆ




เสร็จแล้วค่อยขับรถไปตามป้าย "สันเขื่อน" โอ้วโหว ไม่เคยนึกเลยว่าจะเจอเขื่อนไหนที่สวยงามได้ขนาดนี้ หลงรัก "เขื่อนภูมิพล" เข้าเต็มๆ ค่ะ ไม่เสียดายชีวิตเลยที่ชีวิตนี้ได้เกิดมาเป็นธุลีพระบาทของพระองค์




ออกจากเขื่อน ก็มุ่งหน้าไปเชียงใหม่ค่ะ เราสองคนขอนอนพักกันก่อนที่เชียงใหม่ เพราะมืดแล้ว ให้ยิงยาวไปแม่สะเรียงคงไม่ไหว เราจองห้องพักไว้ที่ Kantary Hill อยู่แถวถ. นิมมานฯ โอ้วโหว รถติดมากๆ ค่ะ ทำเอาแฟนขับของวะวายหน้าเป็นตรูดเลย




พอถึงโรงแรม ได้เช็คอินเรียบร้อย ก้อออกไปซื้อของใช้ที่เซเว่น แล้วกลับมาพักผ่อน เตรียมตัวออกเดินทางต่อไปแม่ฮ่องสอนในวันพรุ่ง




อาหารเช้าที่ Kantary Hill ไม่ประทับใจเช่นกันค่ะ รสชาติและคุณภาพไม่ถูกปากเลย เรื่องมากจริงๆ เลยเราสอง




จากนั้น ก้อออกเดินทางมุ่งหน้าไปแม่สะเรียงกันค่ะ ที่พักก้อยังไม่มี ค่อยไปหา walk in เอา เพราะอยากดูสภาพห้องก่อนด้วย ว่าน่ากลัวรึเปล่า




เส้นทางจากเชียงใหม่ไปแม่สะเรียง ยังไม่น่ากลัวไม่โค้งมากเท่าไหร่ ชิลๆ เราเข้าไปหาโรงแรมกันในตัว อ. แม่สะเรียง และเลือกเข้าพักที่ โรงแรมริเวอร์เฮาส์ ค่ะ




โรงแรมนี้ก้อดูเรียบง่าย เราขอดูห้องก่อน ก้อพอโอเค โรงแรมอยู่ติดริมแม่น้ำยวมค่ะ บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว




เก็บของเสร็จเรียบร้อย หิวกันมาก เลยเดินมาทานข้าวกันที่ร้าน "บ้านไม้แดง" อยู่ข้างๆ โรงแรมเลยค่ะ ร้านนี้สวยงาม สะอาดและรสชาติใช้ได้แบบจืดๆ นะคะ เข้าใจว่าคนแม่ฮ่องสอนไม่ทานเผ็ดค่ะ ขนาดเราสองคนบอกว่าขอรสเผ็ดๆ จัดๆ แล้ว ยังคงจืดอยู่เลย Y_Y




ตอนเย็นก้อฝากท้องที่โรงแรมเช่นเคย อาหารไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ รวมถึงอาหารเช้าในวันรุ่งขึ้นด้วย ทานไม่ได้เลย สรุป เราสองคนเรื่องมากสมกันจริงๆ




วันนี้เราต้องไปตามหาถั่วเหลืองกันที่แม่สะเรียงค่ะ สนุกดี แวะถามคนพื้นที่ไปเรื่อย เห็นใครตากถั่วเหลืองอยู่ข้างทางก้อเข้าไปถาม ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติแม่เงา มีแม่น้ำสองสี เราสองคนเลยแวะถ่ายรูปด้วย สวยดีค่ะ




เสร็จแล้วมุ่งตรงกันไปต่อที่ อ. ขุนยวม จุดมุ่งหมายของเราคือ "ทุ่งดอกบัวตอง" ค่ะ




เนื่องจากทุ่งดอกบัวตองจะบานสะพรั่งเพียงเวลาสั้นๆ ในแต่ละปี และช่วงที่เราไปก้อกำลังบานอยู่พอดี แม้ว่าจะเริ่มหุบไปบ้างแล้ว แต่ก้อยังสวยอยู่ เส้นทางการขับรถไปอ. ขุนยวม นี่ก้อหนักหนาเอาการอยู่ค่ะ แต่พอเราสองคนได้เห็นทุุ่งดอกบัวตอง ที่กินพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ สวยงามมากๆ เหลืองตระการตา ความเหนื่อยก้อหายไปเลยค่ะ




จากขุนยวม ตอนแรกเราสองคนกะว่าจะหาที่พักแถวๆ นั้นค่ะ แต่พอลองขอดูห้องพักแล้ว แบบว่าไม่ไหวอ่ะค่ะ คนข้างกายเลยบอกว่า งั้นเราขับรถไปนอนที่อ. เมือง ของแม่ฮ่องสอนน่าจะดีกว่า




โอเคค่ะ ไปไหนไปกันอยู่แล้ว กว่าจะไปถึงอ. เมืองก้อเกือบค่ำแล้วค่ะ walk in อีกตามเคย ที่ โรงแรมอิมพีเรียลธารา แม่ฮ่องสอน ขอดูห้องแล้วก้อโอเค สะอาดตามมาตรฐาน พักได้ๆ




เหนื่อยล้ากันมาทั้งวัน เลยต้องฝากท้องมื้อเย็นกันที่โรงแรมค่ะ อาหารอร่อย ใช้ได้เลยทีเดียว วะวายชอบชุดขันโตก




รุ่งขึ้น ทานอาหารเช้าเสร็จ ก้อเดินทางกันต่อค่ะ ไหนๆ ก้อมาแล้ว เราสองคนเลยอยากรูว่า อ.ปาย นี่มันสวยแค่ไหน ทำไมถึงฮิตกันจัง มาแม่ฮ่องสอนทั้งที ก้อเลยแวะไปดูสักหน่อย




โอ้โห เส้นทางช่างคดเคี้ยวสมคำร่ำลือ โค้งทั้งเยอะ ทั้งชัน ทั้งหักศอก โค้งงี้เป็นโค้งแบบตัววี ที่ชันมากๆ ทำเอาคนที่ไม่เคยเมารถอย่างวะวายมึนไปเลย ไม่อ้วกนะคะแต่ว่ามึนหัวมากๆ เหมือนโลกมันหมุนตลอดเวลา




เราใช้เวลาบนเขาอันคดเคี้ยว เหมือนผ่านภูเขาเป็นร้อยลูกก้อยังไม่ถึงสักที ไกลจริงๆ




และแล้วสุดท้ายเราก้อมาถึง "ปาย" กันจนได้ เอ่อ พอเข้ามาในเมืองปาย เจอรีสอร์ทที่ฮิตๆ กันมากมาย แต่เราสองคนงงกันมากว่า "ปาย สวยตรงไหน"




ด้วยความที่เราสองคนอาจจะคาดหวังมากไป เพราะเห็นคนฮิตกันมากๆ แต่พอเราขับรถเข้าไปในปาย แล้วเห็นถนนที่คับแคบจอแจ ขยะมากมายกองข้างถนน มันดูไม่น่าอยู่ซะเลย เราเข้าไปในร้านอาหารของโรงแรมหนึ่งหวังว่าจะฝากท้องทานกลางวัน แต่พนง. ไม่สนใจ ไม่มีใครเดินมาถามเราสักคำ นั่งกันสักพัก มองตากัน และได้คำตอบว่า เราไปกันเถอะ เขาคงไม่อยากขาย




เลยตัดสินใจเปลี่ยนไปกินที่อีกรีสอร์ทนึง ก้อค่อยโอเคหน่อย ดูยินดีบริการ แม้อาหารจะรสชาติไม่อร่อย




จากนั้น เราสองคนก้อมุ่งตรงเข้าสู่เชียงใหม่ แวะทานข้าวที่ Central Festival กับซื้อสตาร์บัค แล้วค่อยยิงยาวกลับสู่กำแพงเพชรต่อไป




ทริปนี้เป็นทริปที่น่าสงสารแฟนขับที่สุด เพราะหนทางทรหดมากๆ แต่คุณขับได้เหมือนคนในพื้นที่มาก เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้เฉียบคมตลอด ขอบคุณยานพาหนะคู่ใจของคนข้างกายด้วย We love BMW 525d



เจอกันทริปหน้า เราจะลงใต้กันบ้างค่ะ พบกันที่เกาะตาชัย จ.พังงา ^^




รวบยอดทริปพัทยา หัวหิน และเชียงใหม่

ปี 2013 ที่ผ่านมา เราสองคนเที่ยวกันหลายที่เหมือนกัน เป็นปีที่มีความสุขมากๆ เลย กว่าจะได้เริ่มเที่ยวกันก็รอจังหวะอยู่นาน เพราะวะวายลางานไม่ได้เลยเนื่องจากติดงานไปนั่งเป็น secondment ที่ออฟฟิศลูกความ




เริ่มทริปแรกใกล้ๆ ก่อน ที่พัทยา วะวายจองไว้ที่ Holiday Inn เป็นห้องมุมเห็นวิวทะเลแบบกว้างมากๆ ห้องน้ำก็เห็นวิวทะเล แต่เราสองคนไม่ประทับใจอาหารเช้าที่นี่เลยค่ะ คุณภาพไม่ดีเลย เราเลยต้องไปฝากท้องกันที่เซ็นทรัล




ถัดจากทริปพัทยา เราสองคนเล็งกันว่าจะไปพักที่ V Villas Hua Hin อีกครั้งในเดือนกันยา เพราะครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วไปพักแล้วประทับใจมาก เราเลยไปซื้อvoucher ในงานไทยเที่ยวไทย แต่วันที่เดินทางไปถึง เราก็พบว่าความประทับใจที่เคยมีในด้านการบริการหายไป เริ่มตั้งแต่เราไปถึงหลังเวลาเช็คอิน แต่ห้องยังทำไม่เสร็จ บัทเลอร์ที่ดูแลก้อดูงงๆ ห้องก้อโทรมไปมาก Afternoon tea ก้อไม่อร่อย อาหารเช้าแย่ลง สรุปมีดีอย่างเดียวคือคนที่ไปด้วยเท่านั้นเอง อิอิ ;)




จบจากทริปไม่ค่อยประทับใจ เราเลยแพลนกันต่อว่าเดือนกันยา จะไปเชียงใหม่ ไปช่วงคนไม่เยอะน่าจะสบายๆ ขับรถไปกันเองนี่แหละ สนุกที่สุดแระ




เราตั้งใจไปเชียงใหม่กัน 3 คืน คนข้างกายของวะวายใช้คะแนนบัตรเครดิตแลกเป็นห้องพักที่ Le Meridien ได้ 2 คืน อีกคืนนึงวะวายจองไว้ที่ Sala Lanna




นั่งนับวันรอไปแอ่วเชียงใหม่ จนถึงวันเดินทาง เราออกเดินทางจากบ้านคนข้างกายตอนสายๆ ระหว่างทางก็แวะทานข้าวที่ร้านครัวสโมสร ช่วงจ.ตาก อาหารอร่อยดีค่ะ รสจัด แกงป่าเผ็ดสะใจดี แนะนำว่าคนที่ชอบอาหารรสจัดอย่างเราสองคนน่าจะชอบ




ทานเสร็จก็ขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงเชียงใหม่ คืนแรกพักที่ Sala Lanna Chiangmai เป็นโรงแรมในเครือของศาลา เพิ่งเปิดเมื่อประมาณเดือนเมษายน ปี 2012 นี้เอง




พอไปเช็คอิน ปรากฎว่าห้องที่วะวายจองไว้ เอ่อ เป็นห้องแรกที่อยู่ติดกะ front เลย ใกล้ไปไหม ดูไม่ privacy เลยอ่ะ




วะวายเลยไปขอพนักงาน ว่ามีห้องแบบอื่นที่ว่างอยู่ไหม อยากขอเปลี่ยนห้อง แต่ปรากฎว่าถ้าเราจะเปลี่ยน มีแต่ห้อง type ที่ต่ำกว่าเดิม ไม่งั้นต้องเปลี่ยนเป็นห้อง pool villa แล้วเพิ่มเงิน




เลยตัดสินใจเลือกแบบหลัง เพราะเพิ่มเงินแค่ 5,000 เอง และคุ้มมากๆ เมื่อพนง. พาเข้าไปในห้อง และพบว่าเป็นห้อง pool villa ที่กว้างมากๆ ห้องรับแขกกว้างสุดๆ มี pantry ด้วย แถมตัว pool อยู่ติดกับริมน้ำปิงอีก บรรกาศดีเชียว




นั่งพักกันสักพัก ก้อออกไปจิบชากับกินเค้กที่ร้านเวียงจุมออน ร้านสีชมพู น่ารัก และที่สำคัญอยู่ถัดจากโรงแรมไปไม่กี่ก้าวเอง มีแมวเปอร์เซียนอนหลับอยู่ข้างๆ โต๊ะที่เราสองคนนั่งด้วย น่ารักมาก




วันรุ่งขึ้นเราก้อตื่นมา พร้อมด้วยอาหารเช้าของศาลา ที่บริการเสริฟถึงในห้อง เป็นอาหารเช้าที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่ไปพักมาทุกๆ ที่เลย เพราะเขาทำพิถีพิถันมากๆ พนง. คลานเข่ามาเสิรฟในห้องอีกต่างหาก เกรงใจมากๆ เลย




หลังจากนั้นก้อเตรียมตัวเช็คเอาท์ จะไปต่อกันที่แม่ริม ทริปแม่ริมค่อนข้างผิดหวัง เริ่มตั้งแต่แพลนว่าจะไปถ่ายรูปกะเสือตัวใหญ่ที่ Tiger Kingdom แต่ปรากฎว่าคนแน่นมาก ถ้าไม่ได้จองแบบเราก็จะคิวยาวมาก ดังนั้น เราสองเลยขอจรลีดีกว่า




ขับไปเรื่อยๆ ด้วยคนข้างกายกลัวงู แต่ชอบดูงูเป็นชีวิตจิตใจ เลยแวะฟาร์มงูกัน แต่ปรากฎว่าน่ากลัวตั้งแต่ทางเข้า คือแบบว่าสถานที่ดูทะมึนๆ โทรมๆ จ่ายตังค์ค่าเข้าแล้วเดินเข้าไป ก็ไม่ค่อยมีงูให้ดู เขาบอกว่าถ้าจะดูโชว์งู จะต้องรอให้มีลูกค้ามาเพิ่มก่อน แต่ท่าทางจะไม่มีใครหลงกลเข้ามาเหมือนเรา เราสองคนเลยต้องจรลีอีกตามเคย




หิวแล้ว เลยแวะทานข้าวก่อนที่ "โป่งแยงแอ่งดอย" คนเยอะมาก รอคิวนานพอสมควร รสชาติอาหารก้องั้นๆ วิวก้อไม่แจ่มอย่างที่คาดแฮะ




หลังจากฟาวล์มาหลายที่ จุดมุ่งหมายต่อไปคือ "ม่อนแจ่ม" เห็นเขาฮิตกันนักหนา มาทั้งทีเราต้องไม่พลาด ไปๆๆ




โอ้ว ทางขึ้นม่อนแจ่มมันช่างแคบจริงๆ ผ่านหลายๆ ม่อนที่อยู่ติดกัน ทั้งม่อนอิงดาว ม่อนม่วน ฯลฯ ที่จอดรถก้อน้อย และเราสองคนรู้สึกว่ามันไม่สวยเท่าพวกอุทยานแห่งชาติ เพราะมันเป็นภูเขาที่ปลูกไร่ชา ไม่ใช้ต้นไม้หนาๆ เป็นป่าๆ แบบธรรมชาติจริงๆ แต่ก้อเน้นถ่ายรูปกันสนุกดี เจอเด็กม้งแก้มงี้แดงแปร๊ดน่ารักมากๆ




ตอนจะลงจากม่อนแจ่มไปลานจอดรถ คนข้างกายเสนอว่าให้ไปทางลัด แบบว่าลัดเลาะเขาไป ไม่ไปตามทางเดินเดิม ปรากฎวะวายก้นจ้ำเบ้าค่า ลื่นไถลตรูดกะแทกดิน เจ็มชะมัดเบย แถมดันกระแดะใส่รองเท้า flat ของเฟอร์รากาโม่ขึ้นไปอีก พังค่าพัง




ตอนขับรถลงจากม่อนแจ่ม นี่ขนาดไม่ใช่ช่วงเทศกาลนะเนี่ย ยังแคบมาก ต้องคอยหลบรถที่กำลังขึ้นมา โอ้ว ไม่มาอีกแล้วค่ะม่อนแจ่ม ไม่ไหวจิงๆ ถ้าเทียบกับทางรถและม่อนแจ่มแล้ว เราว่าไปที่อื่นดีกว่า




ลงจากม่อนแจ่ม คนข้างกายบอกว่าต้องขอแวะล้างรถสักหน่อยเพราะสภาพรถดูไม่ได้เบย ขี้โคลนจากม่อนแจ่มเกาะมาเต็มล้อ หากไม่รีบเอาออกมีหวังเกาะกรังเป็นปะการังแน่ๆ




ล้างรถกันเสร็จเรียบร้อย ก้อไปเช็คอินกันที่ เลอเมอริเดียน ห้องพักโมเดิร์นดี เห็นวิวดอยสุเทพ แต่ไม่ชอบอ่างอาบน้ำเลย เพราะถ้าเราเปิดแล้วน้ำเต็ม มันจะไม่มีตัวดูดให้ น้ำก้อจะล้นออกมาที่พื้น น้ำท่วมค่ะ




จุดมุ่งหมายของวันถัดไปคือ "ดอยอินทนนท์" ค่ะ ชอบทางไปมากเลย เส้นทางสวยงาม นั่งรถขึ้นเขาลงเขาสนุกดี พอไปถึงดอยอินทนนท์ จอดรถลงไป โอ้โห หนาวมากๆ เย็นเจี๊ยบเลย สูดโอโซนเข้าได้เต็มปอดเลย




ขาลงจากดอยอินทนนท์ ก้อแวะทานข้าวของอุทยานข้างทาง ทานเสร็จระว่างนั่งรถกลับ วะวายก้อเกิดอาการอาหารเป็นพิษอีก พะอืดพะอมมากๆ




เลยบอกคนข้างกายว่าแวะจิบชากะกินเค้กกันอีกเถอะ 555 ร้านไหนดี เปิดๆ หนังสือดู อ้อ ร้านนี้ดีกว่า เป็น cake shop ของโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ อร่อยดีค่ะ ชาหอมๆ เค้กนุ่มๆ




เช้ามาก้อได้เวลา check out กลับบ้าน ขากลับแวะกินอาหารญี่ปุ่นที่ Zen ในห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ท




จบทริปเชียงใหม่ด้วยความประทับใจมากๆ แม้ว่าบางสถานที่จะไม่สวย อาหารจะไม่อร่อยเท่าที่คาดไว้ แต่การได้ไปพักผ่อนกับคนที่เรารักก็มีความสุขเสมอ




และเราสองคนก้อได้สโลแกน จากทริปนี้ ว่า "มาเชียงใหม่ต้องกินเค้กแทนข้าว" เพราะดูแล้วเหมือนว่าเราสองคนต้องฝากท้องที่ร้านเค้กมากกว่าร้านข้าว ทั้งๆ ที่ไม่ชอบกินเค้กสักเท่าไหร่นะเนี่ย ^^