ห่างหายจากบล๊อคไปนาน เพราะไปผ่าตัดไส้ติ่งตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน แล้วก้อหยุดงาน พักฟื้นอยู่เกือบเดือน
เพิ่งรู้ว่าการผ่าตัดมันทรมานอย่างงี้ วันแรกหลังจากฟื้น ลุกไม่ขึ้นเลย
เวลาปวดฉี่ ก็ต้องให้พยาบาลเอากระโถนมารองให้บนเตียง
พอลุกขึ้นเดินได้ ก็เจ็บมาก เดินไปก็ต้องกุมท้องไปด้วยตลอด เจ็บมากๆ
แต่ชอบตอนดมยาสลบก่อนผ่าตัดนะ หมอดมยาเอามาให้ดม มันกลิ่นชื่นใจดี เหมือนเป็นออกซิเจน จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
พอแผลเริ่มหายเจ็บ ก็มีอาการปวดหลังมาก แบบที่ไม่เคยเป็น ทรมานจริง ทานอาหารมากก็ไม่ได้ ท้องจะอืดและบวมมาก อย่างกับคนท้อง T_T
แต่ตอนนี้เดินได้คล่องขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่ค่อยเจ็บแล้ว นอกจากเวลาเดินเยอะหรือเดินเร็วมากๆ ก็จะรู้สึกเจ็บในลำไส้ข้างใน
เห็นพี่ๆ ที่ออฟฟิศที่เคยผ่าตัดไส้ติ่งบอกว่า ต้องซัก 3-5 เดือนไปแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะไม่มีแล้ว
จากที่ต้องหยุด shopping นานโข เพราะเดินเยอะไม่ได้ และพอเริ่มเดินได้บ้าง CTW กับพารากอนก็ต้องปิดอีก เลยต้องเปลี่ยนไป shopping ห้างใกล้บ้าน (เซ็นทรัลแจ้งฯ) แทน
แต่ของที่เซ็นทรัลแจ้งฯ มีไม่ค่อยเยอะ เราเลยต้องนั่งดูของทางเน็ตแทน ดูแล้วก็เกิดกิเลส อยากได้กระเป๋าอีก แต่ไม่อยากฝากหิ้วแล้ว
เมื่ออาทิตย์ก่อนเลยชวนคนข้างกายไป Emporium เพราะตัดสินใจค่อนข้างแน่แล้วว่าซื้อรุ่นนี้แน่ๆ แม้ว่ารุ่นนี้จะมีข้อเสียเยอะกว่าข้อดีก็ตาม
อันนี้รูปจากเวป

ของวะวายเป็นสีนี้

แต่น แตน แต๊น ได้มาละ LV รุ่น Alma Vernis PM สี Amarante

รูปถ่ายเองไม่เห็นกระเป๋าเงาเหมือนรูปจากเวปเลย แต่ขอบอกว่าตัวจริงเงาแว่บมาก ชอบบบบบ
SA ให้ผ้าแบบที่ไว้สำหรับเช็ดหนัง Vernis โดยเฉพาะมาด้วย ต้องคอยพกไว้เช็ดค่ะ เพราะถ้านิ้วมือมันๆ ของเราไปโดน มันจะเป็นรอยง่าย ดูยุ่งยากเนอะ
รุ่นนี้มีข้อดีคงจะแค่ข้อเดียว คือ สวย เพราะหนังมันเงา อร่ามดี
เราไม่เคยใช้หนัง Vernis มาก่อน แต่ก็ศึกษาข้อเสียของมันมาเยอะ ว่าเวลาใช้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งเรื่องดูดสี (หมายถึงอาจดูดสีจากเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ได้ เช่น กางเกงยีนส์) รวมทั้งปัญหาเรื่องสีเฟด เมื่อใช้ไปนานๆ
ปัญหาเรื่องความชื้น ในกรณีที่เก็บไว้ในตู้นานๆ และไม่เอาออกมาใช้ หรือไม่เอาออกมาผึ่งลม
ดูเหมือนแต่จะเป็นข้อเสียหนักๆ แต่เราก็ตัดสินใจเอา เพราะคิดว่าถ้าเราดูแลอย่างดีที่สุด ให้อยู่กับเราในสภาพดีๆ อย่างนี้ไปได้ซัก 2-3 ปี ก็น่าจะโอเค
ซื้อ LV เสร็จ ก็ตัดสินใจเข้าไปลองสะพาย Chanel ใน shop ต่อ
ลองหิ้วดูหลายใบ หลายรุ่น พนักงานน่ารักมาก ตอนแรกแอบกลัว SA ของ Chanel เพราะไม่เคยเข้าไปลองใน shop มาก่อน
แต่ปรากฎว่า พอเข้าไป พนักงานน่ารัก ยิ้มแย้ม หยิบใบโน้นใบนี้ให้ลอง ประทับใจมาก
และแล้วรุ่นที่เราสะพายแล้วสวยที่สุด จากที่ดูในกระจก (รวมทั้ง confirmation จากคนข้างกายกับพนักงาน) คือ รุ่นที่แพงที่สุดในบรรดาทุกรุ่นที่เราลอง U_U
มันคือ Chanel Classic รุ่น Maxi (ขนาด 13.5 นิ้ว) หนังคาเวียร์ โซ่ทอง
ราคาในชอบไทยตอนนี้อยู่ที่ 141,000 บาท
เป็นรุ่น Classic ที่ใบใหญ่ที่สุด SA บอกว่ารุ่นนี้เหมาะมากเพราะคุณรูปร่างสูงโปร่ง (จะเชียร์ไปไหน)
อยากได้มากอ่ะ สะพายแล้วมันใช่เลย แบบว่ากระเป๋าใบนี้รุ่นนี้เกิดมาเพื่อคู่กับวะวายเลย สะพายแล้วไม่อยากจะวางลงเลยอ่ะ
บางคนอาจจะฟังหรืออ่านแล้วหมั่นไส้ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบกระเป๋า จะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี Y_Y อารมณ์ประมาณพวกที่บ้ารถหรือบ้ามือถือมั้ง
แต่เรายังไม่ได้ซื้อหรอกนะคะ เพราะซื้อ LV ไปแล้วก่อนจะเข้ามาดู Chanel และอีกอย่างราคาที่เมืองไทยของ Chanel มันสูงกว่าซื้อที่ยุโรปค่อนข้างมาก ราคาฝากหิ้วจะอยู่ที่ประมาณ 95,000-100,000 ตอนนี้ค่าเงินยูโรลงเยอะด้วย
แต่กระเป๋าราคาสูงแบบนี้ เราก็ไม่ค่อยอยากฝากหิ้วเท่าไหร่ ชอบซื้อใน shop อ่ะ ได้ความรู้สึกดีกว่า
เคยฝากหิ้วหลายครั้ง แต่เป็น LV นะ แล้วทุกครั้งจะรู้สึกได้ว่า มีคนเอากระเป๋าเราไปใช้แล้ว แม้จะนิดหน่อย แต่เราก็ดูรู้นะ ทำให้รู้สึกไม่ดี และไม่กล้าฝากหิ้วอีกเลย
ช่วงนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจ เอาไงดี อยากได้จัง ถ้ารอไปอีกนานๆ ก็กลัวราคา Chanel จะปรับขึ้นไปอีก จะแพงกันไปกว่านี้
จะซื้อเอง หรือฝากหิ้วดี คิดไม่ตก อยากได้จัง